คนร้ายบุกเดี่ยวปล้นร้านทองแทงพนักงานก่อนคว้าทอง 3 สลึงหลบหนี

37

33

 

เวลา 09.20 น. วันที 3 มิ.ย.57 พ.ต.ท.สุรพงษ์ บุญยืน สารวัตรเวร สภ.ย่อยบ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย ได้รับแจ้งว่ามีเหตุคนร้ายใช้อาวุธมีดจี้ชิงทรัพย์ที่ร้านทอง เยาวราช สินทวี สาขาหน้มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เลขที่ 303/2 ม.1 ต.ท่าสุด อ.เมือง จ.เชียงราย มีพนักงานถูกคนร้ายใข้อาวุธมีดทำร้ายได้รับบาดเจ็บและชิงสร้อยคอทองคำไปจำนวน 3 เส้น น้ำหนักรวมประมาณ 3 สลึง จึงได้รายงานให้ทาง พ.ต.อ.ชูวิทย์ กองแก้ว ผกก.สภ.เมืองเชียงราย และพ.ต.อ.วิเชียร ใหม่ไชย หัวหน้า สภ.ย่อยบ้านดู่ และประสานหน่วยกู้ภัยก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

จากนั้น พ.ต.อ.ชูวิทย์ กองแก้ว ผกก.สภ.เมืองเชียงราย พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงราย ได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุ พบ น.ส.ชไมพร ภูจิตร อายุ 19 ปี และน.ส.มณีบัญชุ์ คำวัง อายุ 29 ปี รอให้การอยู่ที่บริเวณหน้าร้านทอง ในอาการตื่นตกใจ จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่าคนร้ายได้เดินเข้ามาที่ร้านทองเวลาประมาณ 09.15 น. จากนั้นได้ใช้มีดปลายแหลมยาวประมาณ 20 นิ้ว จี้ นางพัชรพร กันคำ อายุ 43 ปี ผู้จัดการร้าน ให้เปิดตู้เพื่อจะหยิบทองรูปประพรรณ แต่นายพัชรพร ได้ต่อสู้ขัดขืนทำให้คนร้ายใช้มีดแทงเข้าที่บริเวณสีข้างด้านซ้ายก่อนคนร้ายจะเปิดตู้โชว์เพื่อหยิบทอง แต่ขณะนี้พนักงานอีก 2 คนที่เหลือได้วิ่งออกมาขอความช่วยเหลือทำให้คนร้ายรีบวิ่งหนีออกมาจากร้านแล้วหลบหนีเข้าไปในตลาดฟ้าไทย หน้ามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ก่อนจะขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป ซึ่งคนร้ายได้สร้อยคอทองคำไปจำนวน 3 เส้น น้ำหนักเส้นละ 1 สลึง รวมมูลค่าความเสียหาย 16,500 บาท

จากการสอบสวนเจ้าหน้าที่ทราบว่าคนร้ายสวมหมวกกันน็อคสีขาวแบบเต็มใบ มีผ้าปิดที่ใบหน้า สวมเสื้อแจ็คเก็ตสีดำ กางเกงสีขาว รูปร่างผอมสูง โดยหลังก่อเหตุได้วิ่งหลบหนีเข้าไปยังตลาดฟ้าไทย ก่อนจะขับขี่นถจักรยานยนต์หลบหนีไป ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำภาพจากวงจรปิดจากกล้องตามจุดต่างๆ ในบริเวณใกล้เคียงเพื่อรวบรวมข้อมูลหลักฐานและเส้นทางหลบหนีของคนร้าย ในการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

พ.ต.อ.ชูวิทย์ กองแก้ว ผกก.สภ.เมืองเชียงราย กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นยังไม่สามารถระบุได้ว่าคนร้ายคือใคร อย่างไรก็ตามจะได้ให้เจ้าหน้าที่รวบรวมหลักฐานเพื่อติดตามตัวคนร้าย สำหรับก่อนหน้านี้ทาง สภ.เมืองเชียงรายได้ทำการซ้อมแผนเตรียมความพร้อมในการรับมือกับเหตุการณ์เช่นนี้อยู่แล้ว แต่จุดที่เกิดเหตุเป็นจุดที่ห่างจาก สภ.เมืองเชียงรยถึง 15 กิโลเมตร ซึ่งเจ้าหน้าที่เข้าถึงได้ยากเพราะระยะทางที่ไกล สำหรับการติดตามตัวคนร้ายนั้นจะได้ปฏิบัติตามแผนที่เคยฝึกซ้อมมาก่อนแล้วคาดว่าจะสามารถติดตามตัวคนร้ายได้ในเร็วๆนี้

แสดงความคิดเห็น

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.