ครอบครัวสุดอนาถาพ่ออัมพฤตลูกสาว 11 ขวบเก็บผักเลี้ยงชีพ เรียนแก่ง เกรด4ทุกวิชา

6

ที่บ้านเลขที่ 135 หมู่บ้านใหม่พัฒนา หมู่ 6 ต.หนองป่าก่อ อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย ของนายอาแม แซ่ลี้ อายุ 54 ปี เป็นครอบครัวยากจน มีความเป็นอยู่น่าเวทนาประกอบไปด้วยผู้เป็นบิดาหรือพ่อที่ป่วยด้วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงจากเส้นเลือดในสมองแตก หรืออัมพฤต ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และบุตรสาวอายุ 11 ปีอาศัยอยู่ด้วยกันโดยผู้เป็นลูกนอกจากต้องเรียนหนังสือเหมือนเด็กทั่วไปยังต้องรับมีภาระดูแลบ้านเรือน หาอาหารและดูแลพ่อที่ป่วยด้วยสร้างความสลดใจให้กับผู้พบเห็น

 

โดยครอบครัวดังกล่าวอยู่กัน 2 คน มีนายอาแม แซ่ลี้ อายุ 54 ปี ผู้เป็นพ่อและลูกสาวคือ ด.ญ.ดาวเกสร กันติ๊บ อายุ 11 ปี ปัจจุบันเรียนอยู่ชั้นประถมศึกาษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านใหม่พัฒนา ในแต่ละวันวันเด็กหญิงจะทำหน้าที่เก็บกวาดบ้านเรือน ทำอาหารให้พ่อเมื่อรับประทานอาหารเช้าเสร็จแล้วก็จะเดินทางไปโรงเรียนเป็นประจำทุกวัน โดยที่ผู้เป็นพ่อก็อยู่เฝ้าบ้านเพราะไม่สามารถทำงานได้ ขณะที่บ้านที่อาศัยสร้างด้วยอิฐบล๊อคเป็นรูป 4 เหลียมทึบเพียงเพื่อใช้หลับนอนเท่านั้น ทำให้ไม่มีช่องหน้าต่างระบายอากาศ หลังคาก็ทรุดโทรมเมื่อฝนตกก็มีรูรั่วลงมา ส่วนเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายเป็นไปด้วยความอนาถาเพราะมีเสื้อผ้าน้อยชุดมาก

ด.ญ.ดาวเกสร กล่าวว่าตนอาศัยอยู่กับพ่อตามลำพังมานานแล้วเพราะพ่อแม่ได้แยกทางชีวิตกัน จนกระทั่งเมื่อ 4 ปีก่อนพ่อล้มป่วย ทำให้ครอบครัวเราต้องเดือดร้อนหนัก เพราะเดิมพ่อเป็นเสาหลักของบ้านที่คอยหาอาหาร และปลูกดอกไม้ขายในตลาดแล้วนำรายได้มาเลี้ยงดูตน แต่เมื่อพ่อช่วยเหลือตัวเองยังไม่ได้ ทำให้ตนต้องดิ้นรนทำทุกอย่างด้วยการเก็บผักมาทำอาหารเองตามมีตาเกิด บางครั้งก็เก็บผักไปฝากขายให้แม่ค้าในตลาดและมีคนใจบุญช่วยเหลือในบางครั้ง

 

“ส่วนการเรียนนั้นก็ไม่ให้ขาดเพราะหนูรักในการเรียนหนังสือมากโดยเมื่อจัดเตรียมอาหารให้พ่อเสร็จแล้วก็จะรีบไปโรงเรียน เพราะมีสาเหตุที่สำคัญอีกประการคือที่โรงเรียนมีอาหารกลางวันให้ฟรีทำให้หนูได้รับประทานอาหารเพราะลำพังแค่หาให้พ่อในแต่ละมื้อก็ยากลำบากอย่างมากแล้ว บางวันเป็นวันหยุดไม่มีอาหารกลางวันที่โรงเรียนให้ก็ไปขอวัด บางครั้งที่วัดมีอาหารน้อยหรือฝนตกพระได้ออกบิตฑบาตรก็ทำให้เราสองพ่อลูกทนอดไม่กินอาหารกันไป ปัจจุบันยังชีพอยู่ได้ด้วยการหาผักมาทำอาหารและการช่วยเหลือจากคนใจบุญ เมื่อมีคนให้เงินก็นำมาใส่กระปุกออมสินแม้แต่ครั้งละ 1-2 บาทก็เก็บเพื่อจะได้นำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพพ่อ ด.ญ.ดาวเกสร กล่าวทั้งน้ำตา

ด้านนายอาแม กล่าวว่าตนหมดปัญญาจะช่วยเหลือลูกสาวและคิดว่าตัวเองคงมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานแล้ว ห่วงก็แต่ลูกสาวที่เรียนหนังสือเก่งจึงอยากเห็นเขาเอาชีวิตรอดไปให้ได้ซึ่งถือเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ตนยังคงอดทนมีชีวิตอยู่ได้ แม้ว่าในปัจจุบันตนจะมีสถานะเป็นบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนหรือบัตรหัวศูนย์ทำให้ไม่สามารถเบิกเงินช่วยเหลือคนพิการหรือผู้สูงอายุในอนาคตได้ แต่ลูกสาวก็เป็นคนไทยแล้วจึงอยากเห็นอนาคตเขาดีกว่านี้

โดยล่าสุดทาง น.อ.วุฒิชัย ภู่เจิญยศ ผบ.หน่วยเรือรักษาความสงบเรียร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตเชียงราย ได้ให้ความช่วยเหลือด้วยการนำกำลังพลไปช่วยรซ่อมแซมบ้านเรือนให้อาศัยอยู่ได้และมอบเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่งเป็นการนำร่องให้กับครอบครัวรายนี้แล้ว ส่วนผู้บริหารโรงเรียนบ้านใหม่พัฒนาและเพื่อนบ้านต่างสารและพากันแวะเวียนไปเยี่ยมเยียน

 

ด้านนายสรยุทธ ฤทษ์ดี รองผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านใหม่พัฒนา กล่าวว่า ด.ญ.ดาวเกสร เป็นคนขยันเรียนและมีผลการเรียนที่ดีมากโดยได้เกรด 4 ครบทุกวิชามาโดยตลอด เป็นเด็กดีจนเคยได้รับเกียรติบัตรนักเรียนดีเด่น เกียรติบัตรเด็กกตัญญูดูแลพ่อ และอีกหลายรายการ ที่ผ่านมาทางโรงเรียนไม่ได้นิ่งนอนใจโดยพยายามช่วยเหลือหาทุนการศึกษาให้เป็นกรณีพิเศษ

นายสรยุทธ กล่าวอีกว่าในวันปกติเด็กก็จะมีอาหารกลางวันรับประทานแต่เมื่อเป็นวันหยุดหรือเสาร์-อาทิตย์ ทางโรงเรยนก็มักจะไปเยี่ยน และช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา ส่วนในระยะยาวได้ประสานไปยังนายปกรณ์ สุริวรรณ อดีตนายอำเภอดอยหลวงซึ่งก็ได้รับความเมตรตามอบจักรยานให้ ด.ญ.ดาวเกสร ไว้ใช้จำนวน 1คัน มอบไข่ไก่ให้สัปดาห์ละ 1 แผง แต่น่าเสียดายนายปกรณ์ย้ายไปแล้ว แต่พบว่ายังมีลุงทัศ น้อยหมอ คนในหมู่บ้านที่คอยเป็นช่วยเหลือครอบครัวนี้อยู่

หากผู้ใจบุญท่านใดประสงค์จะให้การช่วยเหลือ ด.ญ.ดาวเกสร ซึ่งเป็นเด็กดี มีความกตัญญูและเรียนเก่ง รายนี้สามารถโอนเงินช่วยเหลือเพื่อเป็นทั้งค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและทุนการศึกษา สามารถบริจาคผ่านบัญชีธนาคารออมสิน สาขาเชียงแสน เลขที่บัญชี 020239974379 ชื่อบัญชี ด.ญ.ดาวเกษร กันติ๊บ หรือนายก้านแก้ว อภิวงษ์งาม หรือนายสรยุทธ ฤทษ์ดี

แสดงความคิดเห็น

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.