ชาวเชียงของบวชป่าต้านนิคมอุตสาหกรรม เขตเศรษฐกิจพิเศษ

6
วันที่ 30 ส.ค.58 ที่ป่าชุมชนบุญเรืองในเขตบ้านบุญเรือง ม.2 ต.บุญเรือง อ.เชียงของ กลุ่มอนุรักษ์ป่าบุญเรือง อ.เชียงของ จ.เชียงราย นำโดยนายทรงพล จันทะเรือง ตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ป่าบุญเรือง นางเตือนใจ ดีเทศน์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เชียงราย นายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา ผู้ประสานงานเครือข่ายลุ่มน้ำภาคเหนือ พร้อมด้วยผู้บริหารเทศบาล ต.บุญเรือง ผู้นำชุมชนทั้ง 10 หมู่บ้านใน ต.บุญเรือง และประชาชนประมาณ 500 คนได้ร่วมกันจัดกิจกรรมโครงการบวชป่าภายในพื้น โดยมีการนำป้ายข้อความเนื้อหาไม่เห็นด้วยกับการนำพื้นที่ป่าชุมชนบุญเรืองประกาศเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ และสวมเสื้อสีเขียวที่ระบุข้อความต่อต้านการก่อตั้งนิคมอุตสาหกรรม โดยในกิจกรรมมีพระสงฆ์สวดเจริญพระพุทธมนต์ และนำผ้าเหลืองไปผูกตามต้นไม้ในป่าก่อนที่จะร่วมกันปลูกต้นไม้ และปล่อยปลา นอกจากนี้ได้มีการจัดเวทีเสวนาเกี่ยวกับการอนุรักษ์ป่าชุมชนบุญเรือง
นางเตือนใจ ดีเทศน์ กล่าวว่า พื้นที่ป่าชุมชนบุญเรืองที่มีเนื้อที่กว่า 3,7000 ไร่ซึ่งเป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุดติด 1 ใน 2 ของป่าชุมชนใน จ.เชียงราย ได้ถูกกำหนดให้เป็นหนึ่งในจุดที่จังหวัดเสนอไปยังรัฐบาล ให้คัดเลือกเป็นพื้นที่พัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งหากมีการประกาศใช้ป่านี้จะมีการแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือเป็นนิคมอุตสาหกรรมจำนวน 1,357 ไร่ และมหาวิทยาลัยแม่โจ้จำนวน 1,175 ไร่ เหลือพื้นที่ป่าชุมชนให้ชาวบ้านเพียง 773.5 ไร่ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวถือพื้นที่ชุ่มน้ำลุ่มแม่น้ำอิงที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุด หากจำเป็นต้องดำเนินโครงการก็ควรไปใช้พื้นที่อื่นที่ไม่กระทบกับระบบนิเวศน์มากกว่า
ด้านนายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว แกนนำกลุ่มรักษ์เชียงของ กล่าวว่า ป่าชุมชนบุญเรืองเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์มีต้นไม้ใหญ่ หนองน้ำกว่า 12 แห่ง สัตว์ป่าและพันธุ์พืชที่หลากหลาย เป็นจำนวนมาก ที่ผ่านมาเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่รองรับน้ำหลากจากแม่น้ำอิงและดูดซับน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์ด้านต่างๆ หากนำไปพัฒนาเป็นนิคมอุตสาหกรรมจะก่อให้เกิดปัญหาอย่างมาก เพราะเป็นพื้นที่ลุ่มที่ชุ่มน้ำหากมีการก่อสร้างก็ต้องมีการถมดินทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำอิง ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ข้างเคียงในฤดูน้ำหลาก และฤดูแล้งก็จะแห้งแห้งเพราะไม่มีแหล่งดูดซับน้ำ ขณะที่หมู่บ้านบุญเรืองอยู่ห่างจากป่าแห่งนี้แค่ 1 กิโลเมตรก็จะได้รับผลกระทบจากโรงงานอุตสาหกรรม ส่วนผลกระทบจากการสูญเสียต้นไม้ พันธุ์พืช สัตว์ป่า แหล่งน้ำ นั้นถือว่าสำคัญที่สุดเพราะป่าลักษณะแบบนี้หากได้ยากและไม่มีอีกแล้วดังนั้นไม่ว่าจะมีงบประมาณนับแสนล้านก็ไม่อาจสร้างป่าเช่นนี้ขึ้นมาทดแทนแห่งเดิมได้
“รัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเคยประกาศว่าจะให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมและการส่งเสริมแก้มลิง ซึ่งป่าชุมชนบุญเรืองแห่งนี้ก็คือแก้มลิงชั้นเลิศดังกล่าว หากมีการถมทำลายและสร้างเป็นโรงงานอุตสาหกรรมถือว่าผิดพลาดอย่างมากหรือหากจะกล่าวในแง่เศรษฐกิจก็ต้องดูว่าใครได้ประโยชน์จากการใช้พื้นที่แห่งนี้เพราะผู้ที่ได้ประโยชน์อาจมีไม่กี่ราย แต่ประชาชนกลับต้องสูญเสียป่าที่มีค่ายิ่งกว่านิคมอุตสหากรรมเมื่อศึกษาจากนิคมอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดมลพิษต่างๆ ดังนั้นกลุ่มชาวบ้านเสนอว่าการจะตั้งนิคมอุตสาหกรรมต้องมีการศึกษาทางวิชาการให้เข้มข้นมากกว่านี้โดยตั้งอยู่บนพื้นที่ของการให้ประชาชนได้ร่วมคิดร่วมวางแผนและได้ประโยชน์ร่วมกันมากกว่าตัดสินใจจากระดับบนลงล่าง” นายนิวัฒน์ กล่าว

แสดงความคิดเห็น

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.