ชาวไร่ยาสูบชร.เดือดขู่เข้ากรุงหลังราคาลด2ปีซ้อน

4

1503034612474

ที่สำนักงานยาสูบ จ.เชียงราย ได้มีชาวไร่ยาสูบจากสมาคมผู้บ่มเพาะผู้เพาะปลูกและผู้ค้าใบยาสูบ จ.เชียงราย และพะเยา และชมรมชาวไร่บ่มเองป่าก่อดำ ชมมชาวไร่บ่มเองเวียงพางคำ และชมรมชาวไร่บ่มเองป่าสักขวาง นำโดยนายอลงกรณ์ ผาทอง นายกสมาคมฯ และประธานชมรมต่างๆ ดังกล่าวรวมประมาณ 100 คน ได้ไปชุมนุมกันเพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องไปถึง พล.ท.สุรไกร จัตุมาศ ประธานกรรมการอำนวยการโรงงานยาสูบ เพื่อขอให้ทางคณะกรรมการทบทวนกรณีจะลดราคารับซื้อใบยาสูบฤดูกาล 2560-2561 ลงอีกกิโลกรัมละ 2 บาทในปีนี้หลังจากปีผ่านมาเคยลดลงมาแล้ว 2 บาทจึงรวม 2 ปีลดราคาลงกว่า 4 บาท ซึ่งทางนายปณต ยศปัญญา ผู้จัดการสำนักงานยาสูบเชียงราย ได้เข้ารับเรื่องและหารือเพื่อหาข้อยุติกับกลุ่มชาวไร่
โดยชาวไร่ระบุว่าที่ผ่านมาเคยมีโรงบ่มยาสูบใน จ.เชียงราย ประมาณ 40-50 แห่งแต่ปัจจุบันเหลือเพียง 4-5 แห่ง เพราะคนปลูกต้องเลิกและเปลี่ยนไปทำอาชีพอื่นทุกปีเพราะสู้เรื่องราคาไม่ไหว โดยราคาขายปี 2558 ที่ผ่านมาพบว่าอยู่ที่กิโลกรัมละ 92-93 บาท แต่ปี 2559 เหลือเพียง 90 บาทหากลดราคาลงอีกคงเดือดร้อนหนักจึงขอให้คณะกรรมการได้ชะลอหรือทบทวนมติดังกล่าว
นายอลงกรณ์ กล่าวว่าที่ผ่านมาโรงงานยาสูบมีแนวทางลดรายจ่ายภายในทำให้ในปี 2559 สามาถเพิ่มกำไรจากกิจการยาสูบได้กว่า 1,000 ล้านบาท และยอดขายบุหรี่ก็ไม่ได้ตกลงรวมทั้งกลับได้กำไรเพิ่มขึ้นทำให้พนักงานต่างได้โบนัสเพิ่มขึ้นมากกว่าทุกปีมาแล้ว จึงสงสัยว่าในฐานะผู้ผลิตใบยาอย่างพวกเรากลับต้องเดือดร้อนหนักเพราะมีการลดราคาลงติดๆ กัน 2 ปีซ้อน จึงอยากให้มีการปรึกษาหารือชาวไร่กันก่อนที่จะมีมติปรับลดราคาใดๆ ไม่ใช่ดำเนินการอย่างกระทันหันเพราะทำให้ชาวไร่ปรับตัวไม่ทัน
นายสุรศักดิ์ สิงหเสนี อดีตนายกสมาคมผู้บ่มใบยาสูบ เชียงราย-พะเยา กล่าวว่าที่ผ่านมาโรงงานยาสูบเคยจ้างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่วิจัยต้นทุนการผลิตใบยาสูบด้วยงบประมาณกว่า 2 ล้านบาทมาแล้ว จึงขอให้เปิดใช้ต้นทุนหรือปรึกษาหารือกับชาวไร่ก่อนจะมีมติใดๆ ด้วย
นายบดินทร์ กินาวงศ์ แกนนำชาวไร่ยาสูบอีกคน กล่าวว่าชาวไร่แต่ละคนทำยาสูบกันมา 30-40 ปีจึงว่าอยู่คู่กับโรงงานยาสูบมานาน แต่ปรากฎว่าในฐานะองค์กรภาครัฐกลับเป็นองค์กรเดียวที่แก้ไขปัญหาไม่เหมือนพืชชนิดอื่นที่เขามีแต่จะหาวิธีเพิ่มราคารับซื้อให้เกษตรกร เช่น กรณีพืชอ้อยมีคณะกรรมการแก้ไขปรับเพิ่มราคาจากเดิมกิโลกรัมละ 30-70 บาทเมื่อเห็นว่าไม่พอก็เพิ่มให้เป็น 35-75 บาท เป็นต้น แต่มีเพียงโรงงานยาสูบกลับปรับลดลงเรื่อยๆ จึงขอให้มองชาวไร่เป็นเหมือนประชาชนที่รัฐต้องดูแลด้วยเพราะถึงที่สุดแล้วพวกเราก็อยากจะไปพบกับคณะกรรมการโดยตรงเพื่อแจ้งปัญหาให้ทราบหากว่ายื่นหนังสือต่อหน่วยงานองค์กรต่างๆ แล้วไม่เห็นผล
ด้านนายปณต ยศปัญญา ผู้จัดการสำนักงานยาสูบเชียงราย ได้ชี้แจงกับชาวไร่ยาสูบว่าโรงงานยาสูบเป็นองค์กรของรัฐประเภทแสวงหากำไรและกรณีดังกล่าวอยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ของตนแต่ก็ยังไม่ได้มีคำสั่งอย่างเป็นทางการให้โรงงานยาสูบรับซื้อในราคาตามที่ชาวไร่ระบุดังกล่าวแต่อย่างใด กระนั้นก็ขอแจ้งสถานการณ์ต่อชาวไร่ว่าในปัจจุบันสถานการณ์ยาสูบของไทยไม่ดีเลย เพราะต้นทุนในต่างประเทศโดยเฉพาะใบยาสูบจากประเทศอินเดียต่ำกว่าไทยเรามากและถ้าไม่มีมีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงก็จะมีการปรับภาษีบุหรี่ขึ้นอีกซองละ 7 บาทด้วย ดังนั้นจึงอยู่ที่คณะกรรมการจะพิจารณาต่อไป ส่วนทางโรงงานยาสูบในฐานะภาครัฐและอยู่คู่ชาวไร่มานานก็เห็นใจอย่างมาก ทั้งนี้ล่าสุดทราบว่ากำลังมีการเจรจากับประเทศจีนเพื่อขอรับจ้างผลิตให้เพราะมีการบริโภคในประเทศจีนสูงจึงขอให้ชาวไร่ได้อดทนรอก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่าอย่างไรก็ตามการประชุมหารือระหว่างสำนักงานยาสูบเชียงรายกับกลุ่มชาวไร่ยาสูบเชียงราย-พะเยา ไม่ได้ข้อยุติเพราะทางเจ้าหน้าที่ไม่สามาถรับปากจะช่วยเหลือตามข้อเสนอให้ได้ ทำให้ชาวไร่ส่งตัวแทนไปยืนหนังสือต่อนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ที่ศาลากลาง จ.เชียงราย ซึ่งนายลิขิต มีเสรี หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม จ.เชียงราย ได้เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือก่อนที่ชาไร่จะแยกย้ายกันไป

แสดงความคิดเห็น

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.