ทหารตำรวจภาค 5 ปูพรมตรวจค้น 20 จุดห้วยหานสางคดียิงกำนัน

6
เจ้าหน้าที่ตำรวจจากตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ พะเยา ลำปาง และลำพูน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ ปปส.  กว่า500นาย ได้เข้าทำการตรวจค้นเป้าหมาย จำนวนกว่า 28 เป้าหมาย ภายในหมู่บ้านห้วยหาน ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย ตามแผนปฎิบัติการพื้นฟูปูพรมเก็บหลักฐานดำเนินการต่อลดอิทธิพล ประชาชนเป็นสุข อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย ทั้งนี้เพื่อติดตามจับกุมกลุ่มเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติด บุคคลที่มีหมายจับที่อยู่ระหว่างหลบหนี และกลุ่มผู้มีอิทธิพลและกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด ขณะเดียวกันยังเป็นการหาหลักฐานในการเชื่อมโยงที่มีกลุ่มคนยร้ายใช้อาวุธปืนยิงถล่มนายทวีศักดิ์ ยอดมณีบรรพต กำนันตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น พร้อมกับครอบครัว
ซึ่งการตรวจค้นเจ้าหน้าที่เน้นไปที่สิ่งของผิดกฎหมาย ทั้งนี้หนึ่งในเป้าหมายยังมีโรงงานน้ำดื่มในหมู่บ้านด้วย ซึ่งถือว่าประกอบกิจกรรมใหญ่ที่สุดในตำบลปอ นอกจากนี้ยังจัดกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดหรืออีโอดี นำเครื่องตรวจหาวัตถุมาตรวจหาปลอกกระสุนตามหมู่บ้านตามแหล่งที่คาดว่าคนร้ายจะนำไปทิ้งหลังก่อเหตุยิงถล่มกำนันทวีศักดิ์ โดยเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถจับกุมตัวคนก่อเหตุได้ แต่ทำการจับกุมผู้ต้องหาที่มีสิ่งของผิดกฎหมายและอาวุธปืนที่มีไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาติไว้จำนวนหนึ่ง ซึ่งอยู่ระหว่าการรวบรวมข้อมูลการตรวจค้น
โดยส่วนหนึ่งเจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการตรวจสอบโรงงานน้ำดื่มภูสตาร์ เลขที่ 279 บ้านห้วยหาน หมู่ 9 ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย  เพื่อกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมาย ติดตามผู้ต้องหาตามหมายจับและผู้ต้องสังสัยในคดียิงนายทวีศักดิ์ ยอดมณีบรรพต กำนันตำบลปอ และเป็นประธานชมรมม้งแห่งประเทศไทย
โดยการตรวจค้นได้มีนายกิตติชัย ยอดมณีบรรพต  แสดงตัวเป็นผู้ดูแลกิจการให้กับนายประเสริฐ ยอดมณีบรรพต ผู้เป็นพ่อ โดยให้การว่าได้ดำเนินกิจการผลิตน้ำดื่มและน้ำแข็งได้มานานกว่า 1 ปีแล้ว  ซึ่งเป็นธุรกิจที่ครอบครัวเก็บสะสมเงินมาเพื่อลงทุนไปกว่า 2 ล้านบาท โดยไม่มีธุรกิจสิ่งผิดหมายอื่นๆ รวมถึงไม่มีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณ์ยิงถล่มกำนันปอด้วย อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าทางครอบครัวของนายกิตติชัย มีธุรกิจอีกหลายอย่างและมีคนที่รู้จักพัวพันกับคดีผิดกฎหมายอีกหลายคนก่อนที่จะมีการเชิญตัวไปสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง
โดยทาง พล.ต.ต.พูลทรัพย์ เปิดเผยว่าโรงน้ำดื่มแห่งนี้เป็น 1 ใน  32 เป้าหมาย ที่ทางเจ้าหน้าที่ดำเนินอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เช้ามืดของวันนี้ตามแผนปฎิบัตการพื้นฟู ปูพรม เก็บหลักฐาน ดำเนินการต่อ ลดอิทธิพลประชาชนเป็นสุข อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย โดยระดมเจ้าหน้าที่กว่า 500 นายเข้าปิดล้อมตรวจค้น 2 ตำบลคือ ตำบลปอและตำบลม่วงยาย เพื่อหาหลักบษนเชื่อมโยงไปถึงมือปืนที่ยิงกำนันตำบลปอและติดตามจับกุมผู้ต้องหาในคดีค้างเห่า โดยเฉพาะคดียาเสพติด 9.4 ล้านเม็ด และไอซ์ 788 กิโลกรัมที่ทางเจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้เมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา ที่บ้านไทยเจริญ ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย
พล.ต.ต.พูลทรัพย์ กล่าวด้วยว่าจาการตรวจค้นเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมอาวุธปืน ปลอกระสุน และผู้ต้องหาตามหมายจับได้อีกหลายคน โดยหนึ่งในนี้มีผู้ต้องหาคดียาเสพติด 9.4 ล้านเพิ่มอีก 1 คน จากการออกหมายจับก่อนหน้านี้ 5 คน จับได้แล้ว 3 คน และออกหมายจับเพิ่มอีก 7 คน รวมเป็น 12 คน วันนี้จับเพิ่มอีก 1 คน ที่เหลือยังหลบหนีอยู่ระหว่างติดตามตัว ซึ่งบางคนอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดียิงกำนัน ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งมีบุคคลที่เข้าข่ายต้องสงสัยมากกว่า 5 คน ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าคนร้ายเป็นอดีตทหารเกณ์ชาวม้งนั้นตนไม่ทราบเรื่องและไม่เคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ ตอนนี้ยังไม่มีการออกหมายจับใครและประเด็นการลอบยิงยังให้น้ำหนักไปที่เรื่องเกี่ยวกับยาเสพติด
วันเดียว พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ต.วุฒิพงศ์ เพ็ชรกำเหนิด ผบก.ปส.3และนายศิรินทร์ยา สิทธิชัย. เลขาธิาร ป.ป.ส. เดินทางมาติดตามคืบหน้าทางคดีที่ สภ.เวียงแก่น และมอบนโยบายให้กับตำรวจชุดปฎิบัติงาน โดยทาง พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ เปิดเผยว่าจากการปิดล้อมตรวจค้นทำให้ทางเจ้าหน้าที่ได้อุปกรณ์ วัตถุและพยานรวมทั้งหลัะกฐานและตัวบุคคลที่จะสามารถเชื่อมโยงและขยายผลไปถึงกลุ่มมือปืนและผู้บงการยิงกำนันทวีศักดิ์ได้ โดยอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่ออกหมายจับ  โดยเฉพาะผู้ต้องหาในคดียาเสพติด 9.4 ล้านเม็ด ซึ่งจะให้พนักงานสอบสวนดำเนินการต่อไปแต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้เพราะจะทำให้เสียรุปคดีแต่เชื่อว่าจะมีความคืบหน้าทางคดีในเร็วๆนี้ ซึ่งผู้บงการอยู่ในพื้นที่ใกล้ๆพื้นที่เกิดเหตุแต่จะใกล้แค่ไหนของขยายผลอีกครั้งหนึ่ง
ขณะที่ทางตำรวจได้สรุปผลการตรวจค้นทั้ง 32 จุดได้วัตถุพยานที่เกี่ยวข้องไว้เพื่อตรวจสอบจำนวน 9 รายการ เป็นอาวุธปืน 2 กระบอก กระสุนปืน 38 นัด โทรศัพท์มือถือ 16 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคารจำนวน 12 เล่ม บัตรเอทีเอ็ม 4 ใบ ซิมการ์ดโทรศัพท์ 4 อัน ซองบรรจุซิมการ์ด 4 ซอง สำเนาคู่มือรถยนต์ 1 เล่ม พร้อมกับยึดโรงน้ำดื่ม 1 แห่ง และรีสอร์ท จำนวน 12 หลังอีก 1 แห่ง ในหมู่บ้านฟ้าทรายงาม ม.13 ต.ปอ อ.เวียงแก่น ของนายยุทธนา เกษตรโสภาพันธ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับคดียาบ้า 9.4 ล้านเม็ด
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้นำคดียาเสพติดมาแถลงร่วมอีก 2 คีด  โดยคดีแรกเป็นคดียาบ้า 400,000 เม็ด ซึ่งเจ้าหน้าที่ สภ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ตรวจยึดได้ภายในรถยนต์กะบะโตโยต้า ทะเบียน บธ-2896 พะเยา บนถนนสายท่าตอน-แม่จัน บ้านใหม่หมอกจ๋าม ม.8 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย แต่ผู้ต้องหาจำนวน 3 คนสามารถหลบหนีไปได้ ส่วนอีกคดีตำรวจจับกุมผู้ต้องหา 3 รายคือตำรวจด่านตรวจกิ่วทัพยั้ง อ.แม่จัน จ.เชียงรายจับกุมนายมะนู ใจดี อายุ 44 ปี บ้านเลขที่ 26/3 ม.5 ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี น.ส.จุฑาทิพย์ แก้วทอง อายุ 20 ปี บ้านเลขที่ 13 ม.7 ต.ละงู อ.ละงู จ.สตูลและนายสมใจ ภู่สกุล บ้านเลขที่ 128/1 ม.6 ต.กำแพงเชร อ.รัตภูมิ จ.สงขลา พร้อมของกลางยาบ้า 106,000 เม็ด ไอซ์ 2 กิโลกรัม
รายงานข่าวจากเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุด้วยว่าสำหรับผู้ต้องหาคดียาบ้า 9.4 ล้านเม็ด ไอซ์ 788 กก.ที่ถูกจับได้คือนายพิชิตชัย อนุชิตวรการ ซึ่งจะมีการควบคุมตัวไปสอบสวนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดียิงกำนันทวีศักดิ์หรือไม่ และเร่งติดตามผู้ต้องหาตามหายจับอีก 1 คน คือนายจุมพล ยอดมณีบรรพต ซึ่งขณะนี้ยังหลบหนีอยู่ ซึ่งทั้งสองคนจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะขยายผลไปถึงพยานหลักฐานที่จะสาวไปถึงกลุ่มมือปืนและผู้บงการในคดียิงนายทวีศักดิ์ได้

แสดงความคิดเห็น

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.