น้ำโขงแห้งหาดทรายโขดหินโผล่ขนส่งลำบาก ด้านจีนลดภาษีค้า

1

5

วันที่ 23 ก.พ.61 แม่น้ำโขงบริเวณสามเหลี่ยมทองคำชายแดนไทย-ส.ลาว และเมียนมา ตื้นเขินลงเป็นอย่างมาก โดยเห็นหาดทรายโผล่ขึ้นมากลางแม่น้ำอย่างเห็นได้ชัดทำให้เรือทั้งเล็กใหญ่ต้องแล่นตามร่องน้ำที่เหลืออยู่ ขณะที่เรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่เริ่มหยุดการเดินเรือแล้วในช่วงนี้ ด้านศูนย์ควบคุมแม่น้ำล้านช้าง -แม่โขง เขตปกครองตนเองสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน ประเทศจีน ได้แจ้งถึงผู้ประกอบการเดินเรือครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมาแล้วว่าทางเขื่อนจิ่งหงซึ่งตั้งอยู่ในเขตดังกล่าวจะมีน้ำไหลเข้าเขื่อนในอัตรา 431 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และระบายน้ำออกจากเขื่อนในอัตรา 845 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ 597 เมตรและระดับน้ำใต้เขื่อนอยู่ที่ 536.2 เมตร

9

สภาพของแม่น้ำโขงที่แห้งลงดังกล่าวทำให้แม้แต่เรือหางยาวที่คอยบริการนำนักท่องเที่ยวชมวิวทิวทัศน์ในแม่น้ำโขงและบริการเรือข้ามฟากไปมาระหว่าง อ.เชียงแสน กับประเทศเพื่อนบ้านไม่สามารถเข้าจอดยังท่าเรือริมฝั่งได้โดยสะดวก จึงมีการทำเป็นสะพานไม้ยื่นออกไปในแม่น้ำโขงเป็นระยะทางยาวกว่า 30 เมตร เพื่อให้นักท่องเที่ยวและผู้ใช้บริการเดินข้ามสะพานไปขึ้นและลงเรือไปจนกว่าระดับน้ำจะกลับสู่ภาวะปกติ

14

ด้านนายพัฒนา สิทธิสมบัติ ประธานเครือข่าย MOC (Minister of commerce) บิสคลับ 17 จังหวัดภาคเหนือ และ จ.เชียงราย ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้า จ.เชียงราย เปิดเผยว่าในปัจจุบันที่ท่าเรือกวนเหล่ยซึ่งเป็นเมืองท่าหน้าด่านในแม่น้ำโขงของจีน ตั้งอยู่ห่างจากสามเหลี่ยมทองคำขึ้นไปทางทิศเหนือประมาณ 263 กิโลเมตร ได้มีการปรับปรุงท่าเรือเพื่อรองรับสินค้าผลไม้และแช่เย็นอย่างขนานใหญ่ตามโครงการวันเบล วันโรด ของรัฐบาลจีน โดยมีข้อกำหนดที่ดึงดูดให้มีการขนส่งสินค้าผ่านท่าเรือแม่น้ำโขงแห่งนี้มากข้นด้วยการกำหนดอัตราภาษีสินค้าประเภทผลไม้และอาหารแช่แข็งขาเข้าสู่ประเทศจีนเหลือเพียงร้อยละ 4 เท่านั้น รวมทั้งยังไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มขาเข้าและสามารถขนส่งสินค้าที่นำเข้าดังกล่าวไปจำหน่ายได้ทั่วประเทศจีนด้วย

10

 

โดยอัตราดังกล่าวแตกต่างจากปี 2560 ที่ผ่านมาและแตกต่างด่านอื่นๆ ของจีนที่มีกำหนดอัตราภาษีสูงกว่านี้มากโดยเฉพาะประเทศไทยที่ไม่ได้มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศจีนเหมือนประเทศเมียนมาหรือ สปป.ลาว ซึ่งได้ส่วนลดอัตราภาษีน้อยกว่าสินค้าจากประเทศอื่นๆประมาณครึ่งหนึ่ง รวมทั้งมีการกำหนดการนำเข้าส่วนบุคคล รายละไม่เกินมูลค่า 8,000 หยวน และหากเป็นนิติบุคคลหรือบริษัทต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 17% รวมทั้งกำหนดให้จำหน่ายได้เฉพาะในเขตปกครองตนเองสิบสองปันนาเท่านั้น โดยไม่สามารถนำออกไปจำหน่ายนอกเขตดังกล่าว

2

 

“ในปัจจุบันมีผู้ประกอบการค้าชายแดนจำนวนมากที่ไปหาซื้อรถบรรทุกห้องเย็นหรือรถลากเอาไว้ เพราะต้องการขนส่งสินค้าทั้งค้าขายไปกับเรือสินค้าสู่ท่าเรือกวนเหล่ยของจีนเองหรือรับจ้างขนส่งแบบโลจิสติกส์จากแหล่งรับตามที่ต่างๆ ในประเทศไทยไปยังท่าเรือแม่น้ำโขงที่ อ.เชียงแสน อย่างไรก็ตามเนื่องจากช่วงนี้เป็นฤดูแล้งทำให้เรือสินค้าคงแล่นไปมาไม่ได้สะดวกจึงต้องรอให้เข้าสู่ฤดูน้ำหลากก่อนจึงจะทำให้การขนส่งสินค้าคึกคักขึ้นรับกับอัตราภาษีใหม่ของจีนต่อไป” นายพัฒนา กล่าว

แสดงความคิดเห็น

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.