ผู้ติดเชื้อโควิด 19 เชียงรายคนแรกกลับบ้านได้แล้วเตรียมบิ๊กคลีนนิ่งทั้งจังหวัด

1,261

วันที่ 9 ธ.ค.63 ที่ห้องประชุมที่ห้องจอมกิตติ ศาลากลาง จ.เชียงราย นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง โดยสถานการณ์ ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย. รวม 34 คน โดยเป็นผู้ที่ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองมาแล้วพบการติดเชื้อภายหลังจำนวน 6 ราย ติดเชื้อจากผู้ที่หลบหนีเข้ามา 1 ราย และพักในศูนย์กักดูอาการหรือ Local Quarantine จำนวน 27 ราย รวมทั้งหมด 34 ราย ล่าสุดในวันนี้ไม่พบผู้ที่ตืดเชื้อเพิ่มเติม ขณะที่ในจ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการแพร่ล่าสุดก็ไม่พบผู้ป่วยโควิด19เพิ่ม โดยยังมียอดผู้ป่วยสะสม 73 คน

ด้านนายแพทย์ทศเทพ บุญทอง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า สำหรับกรณีผู้ติดเชื้อทั้ง 34 ราย ถือว่าได้รักษาหายแล้ว 2 ราย ทำให้จำนวนผู้ป่วยลดลงอีก โดยทางโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ได้มีการตรวจหาโควิด-19 ครบเป็นระยะเวลา 10 วันตามมาตรฐานแล้ว ดังนั้นจึงได้ให้ผู้ป่วยรายแรกเป็นหญิง อายุ 26 ปี ซึ่งตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน กลับไปยังภูมิลำเนาเดิมที่ อ.ขุนตาล จ.เชียงราย ได้แล้ว และมีการแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและโรงพยาบาลให้ได้รับทราบเพื่อติดตามข้อมูลบุคคลราย 7 วัน 14 วัน หากพบอาการไม่ปกติเพิ่มเติมก็สามารถแจ้งทางโรงพยาบาลให้ได้รับทราบทันที ส่วนผู้ติดเชื้อรายที่ 2 ที่รักษาหายแล้วอีก 1 รายที่มีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.พะเยา ซึ่งจะมีการให้กลับภูมิลำเนาในวันเดียวกัน

“สำหรับผู้ที่ยังอยู่ใน Local Quarantine จะมีการตรวจและรอดูอาการตั้งแต่เบื้องต้นยังไม่พบผู้มีผลบวก รวมทั้งไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมจากกรณีที่มีผู้ลักลอบเข้าเมืองแล้วมาตรวจพบเชื้อภายหลัง จึงมีความมั่นใจเพราะกรณีจะพบการติดเชื้อก็มักจะเกิดขึ้นในช่วง 7 วันหลังจากนั้น ก็จะต้องติดตามและตรวจสอบกันต่อไป หลังจากตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค.เป็นต้นมารถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทาน 3 คัน และโรงพยาบาลเอกชน ได้รับตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ใน จ.เชียงราย แล้วจำนวนประมาณ 5,000 ราย ไม่พบเชื้อจำนวน 4,000 ราย และรอผลตรวจอีกประมาณ 1,000 ราย ซึ่งในการทำกิจกรรมทำความสะอาดทั่วเมืองหรือบิ๊กคลินนิ่งในวันที่ 10 ธ.ค.ทั่ว จ.เชียงราย ซึ่งนอกจากจะทำให้บ้านเมืองมีความสะอาดปลอดเชื้อโรคต่างๆแล้ว ยังเป็นการสร้างความตระหนักให้ประชาชนรู้จักป้องกันตัวเองโดยเฉพาะการสวมใส่หน้ากากอนามัย ซึ่งในวันทำกิจกรรมจะมีการรณงค์ในเรื่องนี้ควบคู่กันไป

 

แสดงความคิดเห็น

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.