ผู้ว่าฯ เชียงราย นำทีมแถลงสถานการณ์ คลัสเตอร์ โรงพยาบาลเชียงราย และตับเต่า ชี้ควบคุมได้

135

ผู้ว่าฯ เชียงรายนำทีมแถลงข่าวสถานการณ์คลัสเตอร์โรงพยาบาลเชียงราย หมอเผยติดเชื้อจากผู้ป่วยที่มารับการรักษาโรคทั่วไป ก่อนมีการแพร่กระจาย รวมผู้ติดเชื้อแล้ว 44 ราย ณ วันนี้ไม่มีผู้ติดเชื้อคาดว่าจะปิดคลัสเตอร์นี้ได้ภายใน 2 สัปดาห์

(คลิปการถ่ายทอดสดการแถลงข่าว)

 

เวลา 15.00 น.วันที่ 25 มิ.ย.64 ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายแพทย์ภุชงค์ ชื่นชม รองนายแพทย์สาธารณสุขจังเชียงราย นายแพทย์ไชยเวช ธนไพศาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ พร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันแถลงข่าว สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ในจังหวัดเชียงราย หลังจาก พบผู้ปวยจำนวนมากและหลายคลัสเตอร์ โดยข้อมูลล่าสุด พบว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 28 ราย ผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 896 ราย รักษาตัวอยู่ 242 ราย มีผู้เสียชีวิต 1 รายเป็นชายอายุ 15 ปี อ.แม่สาย ป่วยด้วยโรคมะเร็งกระดูกระยะสุดท้ายและติดเชื้อไวรัสโควิด – 19 ร่วมด้วยจึงเสียชีวิตในเวลาต่อมา

นายประจญ ปรัชญ์สกุล กล่าวว่าที่ผ่านมาจังหวัดได้ปฏิบัติการเชิงรุกยังยั้งให้ได้โดยใช้ทุกวิธี จึงเหลือคลัสเตอร์หลัก คือที่คลัสเตอร์ตับเต่า อ.เทิง และคลัสเตอร์โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเเคราะห์ โดยคลัสเตอร์ตับเต่าเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีวิถีชีวิตอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่จึงติดต่อได้ง่าย โดยปัจจุบันมีการแยกรักษา กักกันกลุ่มเสี่ยงสูงและวางมาตรการต่างๆ จนควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว ส่วนคลัสเตอร์โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์นั้น ถือเป็นด่านหน้าของการต่อสู้กับโรค ทำให้มีโอกาสติดเชื้อได้แต่โรงพยาบาล มีบุคลากรรวมกันประมาณ 3,000 คน แต่พบผู้ติดเชื้อและเกี่ยวข้องประมาณ 100 คน จึงถือว่าน้อยและสามารถขับเคลื่อนทางการแพทย์ได้ส่วนการรักษาสามารถควบคุมได้แล้ว

 

นายแพทย์ภุชงค์ ชื่นชม รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชียงราย กล่าวว่า การปฏิบัติการตลอดระยะเวลา 7 วันที่ผ่านมาทำให้สามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้แล้ว หลงจากตั้งแต่เดือน เม.ย.เป็นต้นมาพบว่า จ.เชียงราย มีคลัสเตอร์เกิดขึ้นใน จ.เชียงราย จำนวน 33 คลัสเตอร์ และสามารถจัดการได้แล้ว 30 คลัสเตอร์คงเหลือที่ ตับเต่า อ.เทิง คลัสเตอร์โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ และบางส่วนของคลัสเตอร์แขวงทางหลวงเท่านั้น

 

นายแพทย์ไชยเวช ธนไพศาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ กล่าวว่า กรณีของคลัสเตอร์โรงพยาบาล เริ่มจากมีพยาบาลติดเชื้อจากผู้ป่วยที่มารับการรักษาใน แผนกอื่น ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เพราะผู้ป่วยไม่ไดมีอาการของโรค และไม่ได้เข้ารับการรักษาเกี่ยวกับโรคไวรัสโควิด-19 ทำให้พยาบาลติดเชื้อ ก่อนจะแพร่กระจายไปยังบุคคลากรอื่นๆ โดยล่าสุดพบมีป่วยรวม 44 ราย เป็นแพทย์ 4 ราย พยาบาล 20 ราย และบุคคลากรอีก 20 ราย ปัจจุบันควบคุมได้และผู้ปวยก็ลดลงจนไม่พบแล้ว ล่าสุดในวันศุกร์ที่ 25 มิ.ย.นี้ไม่พบผู้ติดเชื้อ คาดว่าใช้เวลาอีก 10 วันก็ปิดคลัสเตอร์นี้ได้แล้ว ยืนยันว่าบุคลากรที่ฉีดวัคซีนมีผลต่อโควิด-19 โดยพบว่าบุคลากรที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มสามารถป้องกันการติดเชื้อได้ 50% ฉีดเข็มเดียวป้องกันได้ 30% และผู้ที่เลือกจะไม่ฉีดเลยมีอัตราติดเชื้อ 100% และเมื่อติดเชื้อแล้วพบว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนแทบไม่มีอาการหรือมีน้อยซึ่งทางการแพทย์บ่งชี้ว่าการฉีดวัคซีนมีประโยชน์อย่างชัดเจน

 

“สำหรับการแพร่กระจายของเชื้อในโรงพยาบาลถือว่าเป็นการควบคุมง่ายเพราะอยู่ในพื้นที่เฉพาะ และเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ก็พักอาศัยอยู่ในหอพักพยาบาลอยู่แล้ว ก็จะมีส่วนน่อยที่พักอยู่กับครอบครัวหรือญาติ แต่ทางโรงพยาบาลก็ได้มีการติดตามผู้ใกล้ชิด หรือเสี่ยงสูงมาทำการกักตัวแล้ว ซึ่งในขณะนี้ถือว่าสามารถควบคุมได้ และคาดว่าอีกประมาณ 2 สัปดาห์ก็จะกลับมาเป็นปกติ ซึ่งก็ได้เน้นย้ำให้บุคคลากรทางการแพทย์ป้องกันตนเองให้ดีที่สุด” ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์กล่าว

 

ด้าน นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานติดตามสถานการณ์โรคโควิด-19 จ.เชียงราย กล่าวว่า คลัสเตอร์ตับเต่า เกิดขึ้นเฉพาะพื้นที่หมู่ 12 และหมู่ 15 ต.ตับเต่า ที่มีประชากรรวมกันประมาณ 30,000 คน มีผู้ติดเชื้อรวม 114 ราย มีกลุ่มเสี่ยงประมาณ 400 คน ปัจจุบันมีการจัดสถานที่กักกันกลุ่มเสี่ยง 9 แห่ง มีผู้ได้รับการกกักจำนวน 107 คน และมีกลุ่มญาติที่ติดเชื้อก็ให้อยู่บ้านเป็นเวลา 14 วันซึ่งได้รับความร่วมมือจากประชาชนที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์เป็นอย่างดี ส่วนการเดินทางเข้ามาในจังหวัดเชียงราย ซึ่งหากมาจากพื้นที่เสี่ยงคือ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ ต้องมีใบรับรองการฉีดวัคซีนซิโนแวคแล้ว 2 เข็ม มาไม่ต่ำกว่า 14 วัน หรือแอสตร้าซินิก้า 1 เข็ม มาไม่ต่ำกว่า 14 วัน หรือมีใบรับรองการตรวจหาเชื้อโควิด -19 มาแล้ว หากไม่มีจะต้องกักตัวในสถานที่ของรัฐ จำนวน 14 วัน หรือหากมีภูมิลำเนาในจังหวัดเชียงรายจะต้องกักตัวที่บ้านพักของตน 14 วัน

แสดงความคิดเห็น

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.