พงศพัศ ลงพื้นที่ตรวจความคืบหน้า รอง ผกก.ขนยาบ้า พบเป็นเครือข่ายใหญ่

5

IMG_7758

เวลา 09.30 น.วันที่ 23 ส.ค.57 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย  พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร.ได้เดินทางมาตรวจสอบความคืบหน้าในการขยายผลจับกุมผู้ร่วมกระทำผิดในคดีการจับกุม พ.ต.ท.ชำนาญ พุ่มไพจิตร รอง ผกก.ป.สภ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ พร้อม ย้าบ้าจำนวน 8 แสนเม็ด และยาไอซ์ จำนวน 1 กิโลกรัม ที่ อ.แม่สาย เมื่อวันที่ 18 ส.ค.57 ที่ผ่านมา โดยทาง พล.ต.ท.วันชัย ถนัดกิจ ผช.ผบ.ตร.รรท.ผบช.ภ.ภาค 5 พล.ต.ท.ชำนาญ รวดเร็วรอง ผบช.ภ.ภาค 5 พล.ต.ต.วันชัย สุวรรณศิริเขต ผบก.ภ.เชียงราย ได้รายงานถึงการขยายผลการติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการ และเส้นทางการลำเลียงยาเสพติด ซึ่งสามารถจับกุม น.ส.เหมย ศรีนทีทันดร อายุ 30 ปี บ้านเลขที่ 319/2 ม.9 ต.โชคชัย อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย ภรรยาของ พ.ต.ท.ชำนาญ ซึ่งขณะนี้ได้ฝากขังที่เรือนจำกลางจังหวัดเชียงใหม่แล้ว และยังได้เตรียมออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการอีกจำนวนหลายคน รวมทั้งนายยอด ที่เป็นผู้สั่งการให้ลำเลียงยาเสพติดดังกล่าว ในข้อหารวมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้เพื่อจำหน่าย
ซึ่งในวันนี้ได้มี นายวัล ช่วยศรี อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 359 ม.13 ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้ขอเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่านายวัล เป็นผู้ที่จัดหารถในการลำเลียงยาเสพติดครั้งนี้ให้กับนายยอด เพื่อจะมาส่งมอบให้กับ พ.ต.ท.ชำนาญ ซึ่งนายวัล ได้ขอเข้ามอบตัวเองเพื่อแสดงความบริสุทธิ ว่าตนเป็นเพียงผู้ที่จำนห่ายรถมให้นายยอดเท่านั้น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเพสติดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันประกอบอาชีพเปิดร้านประดับยนต์ ทั้งในฝั่งประเทศท่าขี้เหล็ก และในอ.แม่สาย ซึ่งก็มีผู้ที่นำรถมาแต่งที่ร้านเป็นจำนวนมาก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบทราบว่าลูกค้าที่มาใช้บริการส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดทั้งสิ้น ซึ่งนายวัลก็ได้ปฏิเสธถึงความสัมพันธ์กับบุคคลเหล่านั้นแะยืนยันว่าตนเป็นเพียงผู้ให้บริการแต่งรถเท่านั้น และได้ขายรถให้กับนายยอดเพียง 1 คัน โดยก่อนหน้านี้ตนได้เป็นนายหน้าขายรถให้กับชาวเมียนมาอยู่ก่อนแล้ว แต่ก็ไม่ทราบว่ารถที่ลูกค้าแต่ละคนซื้อไปจะนำไปใช้ทำอะไร
พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า การขยายผลในคดีของ พ.ต.ท.ชำนาญ นั้นได้ประสานข้อมูลจาก ตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ปส.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพะติด (ป.ป.ส.) และข้อมูลจากการประสานกับ ป.ป.ส.ประเทศเมียนมา เพื่อเป็นข้อมูลในการสอบสวนและขยายผล ร่วมกับข้อมูลของ ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย และเชียงใหม่  ซึ่งพบว่าเครือข่ายยาเสพติดกลุ่มนี้้เป็นเครือข่ายใหญ่มากเชื่อมโยงกับบุคคลสำคัญในประเทศเมียนมา โดยได้ประสานงานกับทางประเทศเมียนมาแล้วคาดว่าจะสามารถติดตามจับกุมได้ในอีกไม่ช้า นอกจากนี้ยังพบเครือข่านี้เชื่อมโยงไปหลายจังหวัด ตั้งแต่ จ.พิษณุโลก กรุงทเพฯ และสงขลา
สำหรับการขยายผลเจ้าหน้าที่ได้พบว่ามีทรัพ์สินจำนวนมาก มีรถยนต์จำนวน 8 คัน และทองคำแท่งอีกมากกว่า 300 บาท ซึ่งในวันที่จับกุมตรวจพบเพียง 150 บาท ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้สอบถามไปยังร้านทองแล้วพบว่ามีการซื้อทองถึง 2 ครั้ง ครั้งละประมาณ 150 บาท ด้าน น.ส.เหมย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่พบว่าเป็นตัวเชื่อมสำคัญในคดีนี้ ซึ่งอาจจะมีความสำคัญมากกว่า พ.ต.ท.ชำนาญ อีกด้วย เนื่องจากได้ข้อมูลว่าเกี่ยวโยงกับขบวนการค้ายาเสพติดรายใหฐ่ในประเทศเมียนมา และการลำเลียงยาเสพติดอีกหลายครั้ง นอกจากนี้การสวมบัตรประชาชนของ น.ส.เหมย นั้นได้ประสานไปยังกระทรวงมหาดไทยในการขยายผลไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องในการสวมบัตรประชาชนครั้งนี้
หลังจากที่ได้ทำการจับกุม พ.ต.ท.ชำนาญ แล้วทาง พล.ต.อ.พงศ์พัศ ได้ประชุมลับกับชุดคลี่คลายคดี ได้ประสานกับทางการจีนซึ่งได้รับผลกระทบกับขบวนการค้ายาเสพิดใน ประเทศเมียนมา ซึ่งได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าประจำกรุง รุงเนปิดอร์และย่างกุ้งของเมียนมา แล้วเพื่อทำการปราบปรามยาเสพติด นอกจากนี้ยังเตรียมเข้าพื้นที่ จ.ท่าขี้เหล็ก ซึ่งคากว่าจะมีการปราบปรามกันอย่าต่อเนื่องและทำให้ขบวนการค้ายาเสพติดตามแนวชายแดนลดลงอย่างแน่นอน

แสดงความคิดเห็น

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.