ภาครัฐเร่งช่วยเหลือน้ำท่วมชายแดนแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก (มีคลิป)

3

a

 

หลังจากที่เกิดน้ำท่วมในพื้นที่เศรษฐกิจ ของ อ.แม่สาย จ.เชียงราย และ ตลาดท่าล้อ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายพร้อมด้วยนายติน วิน ฉ่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดท่าขี้เหล็กและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เข้าตรวจสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณสะพานมิตรภาพ-ไทยเมียนมา เพื่อประเมินสถานการณ์น้ำและให้การช่วยเหลือภายหลังฝนที่ตกหนักส่งผลทำให้น้ำป่าหลากมาตามลำน้ำสายทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนและร้านค้าซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศเป็นบริเวณกว้าง

 

b

โดยพบว่าล่าสุดระดับน้ำได้เริ่มลดระดับลงบ้างแล้วหลังฝนหยุดตกแต่ปริมาณยังสูงกว่า 4 เมตรทำให้น้ำยังคงท่วมขังตามหมู่บ้านและชุมชนของทั้งสองฝั่งอยุ่กว่า 1,000 ครัวเรือน ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักโดยเฉพาะร้านค้าในตลาดสายลมจอย เขตเทศบาลตำบลแม่สายและตลาดท่าล้อ ของจังหวัดท่าขี้เหล็ก ที่น้ำบางจุดยังท่วมสูงกว่า 1 เมตร ทรัพย์สินบางส่วนของพ่อค้าแม่ค้าที่ขนย้ายไม่ทันได้รับความเสียหาย

c

 

เบื้องต้นทางจังหวัดจึงได้นำเครื่องอุปโภคบริโภคและน้ำดื่มกว่า 1,200 ชุดไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน อย่างไรก็ตามสถานการณ์โดยรวมพบว่าเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดี แต่ก็ยังต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงเนื่องจากในพื้นที่เมืองสาด จังหวัดท่าขี้เหล้ก ที่อยู่ทางต้นน้ำของลำน้ำสายยังมียังมีฝนตกหนักและมีน้ำไหลลงมาอย่างต่อเนื่อง ยังมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นท่วมฉับพลันได้ทุกเวลา

 

d

 

โดยนายณรงค์ศักดิ์ เปิดเผยว่าจากการประเมินสถานการณ์ล่าสุดพบว่ายังไม่น่าห่วงมากนักเนื่องจากระดับน้ำชะลอตัว แม้ก่อนหน้านี้ 2 วันจะมีการสั่งการให้มีการเตรียมความพร้อมทั้งกำลังคนและอุปกรรืแต่ด้วยปริมาณน้ำมากและไหลมาอย่างรวดเร็วทำให้ทรัพย์สินบางส่วนเสียหายเพราะขนย้ายไม่ทัน แต่ที่เหลือก็ได้ให้กำลังทุกฝ่ายรวมมทั้งประสานกำลังเจ้าหน้าที่ทหารมาทำการขนย้ายไว้ที่ปลอดภัยแล้ว ส่วนน้ำที่ท่วมชุมชนต่างๆแม้จะมีการป้องกันแต่ปริมาณน้ำที่สูงก็ทำให้เกิดรูรั่วตามอาคารซึ่งก็ได้ให้ทางเทศบาลเร่งซ่อมแซมอุดรูรั่วแล้วเชื่อว่าคงรับมือไหว หากน้ำยังคงอยู่ระดับนี้ก็ไม่ทำให้มีอะไรเสียหายเพิ่มเติม แต่ก็ได้แจ้งให้ชาวบ้านที่ประสบภัยแล้วหากต้องการอพยบไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยในระยะนี้ก็จะช่วยทำการอพยบทันทีซึ่งได้เตรียมสถานที่ไว้แล้ว แต่ส่วนใหญ่ยังรักถิ่นที่อยู่อาศัยจึงไม่ต้องการย้ายออกจากพื้นที่

ด้าน พ.อ.กิดากร จันทรา ผบ.ฉก.ม.3 กองกำลังผาเมือง ก็ได้มอบหมายให้ พ.อ.ธงชัย มีอนันต์ รอง ผบ.ฉก.ม.3 นำกำลังพล จำนวน 40 นาย พร้อมด้วยชุดแพทย์ของหน่วย ออกช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อน ทั้งช่วยเหลือในการบรรจุกระสอบทราย และการขนย้ายสิ่งของ นอกจากนี้ทีมแพทย์ของหน่วยก็ได้ให้การช่วยเหลือและให้คำแนะนำกับผู้ที่มีอาการป่วย พร้อมทั้งให้กำลังพลประสานงานกับเจ้าหน้าที่ที่เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย เพื่อสนับสนุนนการช่วยเหลือด้านต่างๆ

และในเวลาประมาณ 17.00 น. ระดับน้ำได้ลดลงบางส่วนทำให้ พ่อค้าแม่ค้าในตลาดสายลมจอย ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจของอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ยังคงเร่งช่วยกันเก็บทรัพย์สินออกจากร้านเพื่อความปลอดภัยและบางส่วนเริ่มออกมาทำความสะอาด หลังจากน้ำจากแม่น้ำสายได้ลดระดับลงทำให้น้ำที่ท่วมสูงกว่า 1 เมตร ลดต่ำลงจนสามารถเดินเท้าและนำยานพาหนะเข้าไปบรรทุกสินค้าได้  แต่พ่อค้าแม่ค้าหลายคนยังไม่มั่นใจในสถานการณ์จึงต้องเตรียมความพร้อมไว้ก่อนเพื่อป้องกันทรัพย์สินเสียหายเพราะน้ำแม้จะลดลงแต่ยังมีความสูงถึง 4.70 เมตร ซึ่งเกินจุดวิกฤตที่ 4 เมตร และยังมีฝนตกทางตอนบนของตอนเหนือของน้ำสาย ซึ่งอาจอาจเพิ่มขึ้นได้ทุกเวลา โดยน้ำที่ได้ท่วม 3 ชุมชนในเขตเทศบาลตำบลแม่สาย คือ หัวฝาย สายลมจอย และเกาะทราย ได้เริ่มคลี่คลายนแล้ว โดยเทศบาลตำบลแม่สายได้นำถุงบิ๊กแบ็คและกระสอบบรรจุทรายไปอุดรอยรั่วบริเวณอาคารพาณิชย์ริมน้ำสายที่รั่ว  3 จุดจนสามารถปิดกั้นน้ำไม่ให้เข้ามายังชุมชนได้เป็นผลสำเร็จ
ส่วนสถานการณ์น้ำในฝั่งจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา โดยเฉพาะในตลาดท่าล้อ และชุมชนปงถุน ยังคงมีน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้างแต่ก็ได้เริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง หากฝนไม่ตกมาเพิ่มคาดว่าในช่วงคืนนี้น้ำอาจกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ แต่อย่างไรก็ตามนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ยังคงสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมงทั้งกำลังคนและอุปกรณ์สำหรับกู้ภัยเนื่องจากสถานการณ์ยังไม่น่าไว้วางใจเพราะยังมีฝนตกทั้งในพื้นที่และชายแดนประเทศเมียนมาอย่างต่อเนื่อง
โดยน.ส.ผกายมาศ เวียร์รา ประธานสมาคมเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทย-เมียนมา เปิดเผยว่าในเบื้องต้นยังไม่สามารถประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นได้เนื่องจากเพิ่งเกิดน้ำท่วมวันแรก แต่จากการสำรวจพบว่ามีบ้านเรือนประชาชนและร้านค้าในพื้นที่อำเภอแม่สายได้รับผลกระทบกว่า 2,000 ครัวเรือน ขณะที่ฝั่งจังหวัดท่าขี้เหล็กมีประมาณ 700 ครัวเรือน  แม้ว่าทรัพย์สินจะไม่ได้เสียหายมากนักแต่มูลค่าทางการค้าชายแดนรายวันเสียหายค่อนข้างเยอะซึ่งจะได้มีการสรุปความเสียหายที่แท้จริงอีกครั้ง ตอนนี้เป็นการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยในเบื้องต้นก่อน

แสดงความคิดเห็น

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.