มฟล.จัดค่ายพนักงานอาเซียน เยือนหลวงพระบาง เรียนรู้สังคมต่างวัฒนธรรม

5

44 

        มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) โดย ส่วนพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จัดโครงการ ค่ายอาเซียนพนักงานมหาวิทยาลัย รุ่นที่ 3 (MFU-ASEAN Camp for Staff 2015) ระหว่างวันที่ 11-15 กรกฎาคม 2558 โดยมีพนักงาน มฟล. จำนวน 29 คน เดินทางไปเยือนมหาวิทยาลัยสุพานุวง และร่วมทำกิจกรรมหลากหลายด้านที่เมืองหลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เพื่อสร้างความรอบรู้เกี่ยวกับการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน (AEC) และมีความพร้อมทำงานในสังคมต่างวัฒนธรรม รวมทั้งสร้างสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนพนักงาน โดยวันแรก รศ.ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดี เป็นประธานเปิดค่าย พร้อมคณะผู้บริหาร ณ อาคารสำนักวิชา 3 มฟล. ทั้งยังจัดให้มีการบรรยายและร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการทำงานในระดับนานาชาติโดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ จากนั้นผู้ร่วมค่ายได้เดินทางต่อไปที่เมืองหลวงพระบางจนเสร็จสิ้นกิจกรรม ซึ่งบรรลุวัตถุประสงค์ที่วางไว้ด้วยดี

         ทั้งนี้ ในวันแรกได้การจัดบรรยายด้านวิชาการ โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ผศ.ดร.สุรกิจ นาทีสุวรรณ รองคณบดีฝ่ายแผนและพัฒนาคุณภาพ มหาวิทยาลัยมหิดล บรรยายเรื่องการเตรียมพร้อมบุคลากรสู่ความเป็นนานาชาติ , ปองขวัญ สวัสดิภักดิ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บรรยายเรื่องการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน (ASEAN Beyond 2015) และ พลอยไพฑูรย์ จิตรสมนึก หัวหน้าฝ่ายฝึกอบรม บริษัทโอเชียนพร็อพเพอร์ตี้จำกัด บรรยายเรื่องการทำงานในสังคมต่างวัฒนธรรม ซึ่งเหล่าพนักงานร่วมค่ายต่างให้ความสนใจและได้เปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับอาเซียน

         รศ.ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดี กล่าวในพิธีเปิดกิจกรรมค่ายอาเซียนครั้งนี้ว่า นโยบายอย่างหนึ่งของ มฟล. ก็คือการสร้างมิตรกับประเทศเพื่อนบ้าน การไปเยือนลาวซึ่งเป็นมิตรที่มีความใกล้ชิดกันมายาวนาน ด้วยมุ่งหวังอยากให้มีความร่วมมือต่อกันให้มากขึ้น สำหรับค่ายอาเซียนนั้น มฟล.ได้จัดทั้งในส่วนของอาจารย์และนักศึกษา โดยในครั้งนี้เป็นค่ายพนักงานสายปฏิบัติการ ซึ่งเป็นผู้ที่ต้องติดต่อสื่อสารกับนักศึกษานานาชาติอย่างใกล้ชิด เมื่อกลับมาจะได้นำประสบการณ์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ ทั้งต่อตัวเองและการทำงานของมหาวิทยาลัย สิ่งสำคัญที่ต้องเรียนรู้คือการปรับตัวและการทำความเข้าใจเพื่อนบ้านที่มีทั้งความคล้ายคลึงและความแตกต่าง เพราะ มฟล.มุ่งหวังที่จะผลิตบัณฑิตเพื่อก้าวสู่สังคมโลก มีความรู้ความสามารถในวิชาชีพ มีทักษะการสื่อสารที่ดี และทำงานได้ในสังคมหลากหลายวัฒนธรรม มิใช่เพียงแต่ในอาเซียนเท่านั้น

        ดร.ร่มเย็น กาไศยกานนท์ รองอธิการบดี ที่ให้เกียรติร่วมเดินทางไปยัง สปป.ลาว เผยว่า เมื่อได้รับโจทย์จากท่านอธิการบดีในการสร้างความเป็นนานาชาติใน มฟล. รวมถึงการเตรียมพร้อมสู่อาเซียน สิ่งที่เห็นว่าน่าจะทำให้เพื่อนพนักงานได้รับประสบการณ์โดยตรงมากที่สุดก็คือการจัดค่าย โดยส่วนพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มฟล. เป็นผู้ดำเนินการ เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานได้พัฒนาทักษะในด้านต่างๆ ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย โดยเฉพาะการสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษ รวมทั้งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนพนักงานชาวลาวที่มหาวิทยาลัยสุพานุวง เมืองหลวงพระบาง ทั้งในด้านวัฒนธรรม ความคิด วิถีชีวิต และวิธีการทำงาน โดยคาดหวังให้ค่ายนี้เป็นดินและปุ๋ยที่ดีในการสร้างความร่วมมือกันระหว่างเพื่อนพนักงาน ทั้งชาวไทยและชาวลาว และมุ่งหวังให้มีการแลกเปลี่ยนกันในด้านต่างๆ ต่อไปในอนาคต

        ด้าน ดร.คำผาย สีสะหวัน อธิการบดีมหาวิทยาลัยสุพานุวง เมืองหลวงพระบาง สปป.ลาว กล่าวในโอกาสต้อนรับคณะจากประเทศไทยว่า การมาเยือนครั้งนี้เป็นโอกาสที่สองมหาวิทยาลัยจากสองประเทศ ได้แลกเปลี่ยนความรู้และประการณ์ซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในด้านการศึกษา เพราะทางกระทรวงศึกษาธิการลาวก็กำลังเตรียมพร้อมในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลเพื่อรองรับประชาคมอาเซียน โดยเฉพาะทักษะภาษาอังกฤษซึ่งเป็นสื่อกลางการติดต่อสื่อสารระหว่างชาติอาเซียนและนานาชาติ รวมทั้งการจัดหลักสูตรอาเซียนศึกษา เพื่อทำความเข้าใจในความแตกต่างและสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการเดินทางมาเยือนของ มฟล. ในครั้งนี้จะเป็นการพัฒนาความร่วมมือระหว่างกันให้มากขึ้น

       ส่วนพนักงานที่เข้าร่วมค่ายครั้งนี้อย่าง นายชัชชากุล กาตาสาย นักเทคโนโลยีการศึกษา จากศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา ให้ความเห็นว่า สำหรับหลายคนเรื่องอาเซียนอาจยังไกลตัว แต่การได้มาเรียนรู้ประเทศเพื่อนบ้านนับว่าได้ประโยชน์มาก ทั้งได้เรียนรู้ในด้านวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ศาสนาความเชื่อ อาหารการกิน อุปนิสัย และที่สำคัญคือการนำประสบการณ์ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการทำงานให้กับมหาวิทยาลัย ถือว่าเป็นโครงที่ดีและควรทำอย่างต่อเนื่อง

       ศิริพร ศรีกาญจนา เจ้าหน้าที่จากสำนักวิชาอุตสาหกรรมเกษตร กล่าวว่า การได้มาค่ายอาเซียนครั้งนี้ทำให้ตนรู้สึกถึงคุณค่าของตนเอง จากเดิมต้องทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ซ้ำๆ ทุกวัน เมื่อได้มาเยือนเมืองหลวงพระบางที่เต็มไปด้วยสถานที่สวยงามก็ทำให้ได้เปิดโลกทัศน์กว้างขึ้น และการร่วมทำภารกิจต่างๆ ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิด ค้นพบวิธีแก้ปัญหาใหม่ๆ ที่สำคัญคือการได้ค้นพบมิตรภาพ ทั้งเพื่อนร่วมกลุ่ม เพื่อนร่วมค่าย และเพื่อนจาก ม.สุพานุวง ซึ่งถ้าเราอยากเรียนรู้โลกกว้างที่เต็มไปด้วยสิ่งใหม่ๆ ก็ต้องเปิดประตูออกไปเจอด้วยตัวเราเอง และคุณค่าของการเดินทางอาจไม่ได้อยู่ที่จุดหมาย แต่อาจอยู่ระหว่างทางว่าเราได้พบเจอและเรียนรู้อะไรกลับมา

แสดงความคิดเห็น

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.