มฟล. ร่วม กต. จัดสัมมนาสถาบันขงจื่อในประเทศไทย หาแนวดำเนินงานสอดรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0

17

 

เมื่อเร็วๆ นี้ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) ร่วมกับ กระทรวงการต่างประเทศ จัดสัมมนา โครงการส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์กับสถาบันขงจื่อในประเทศไทย ภายใต้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ณ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อสร้างเครือข่ายและหารือเกี่ยวกับการดำเนินงานของสถาบันขงจื่อเพื่อให้สอดรับกับแนวนโยบายการพัฒนาประเทศ รวมทั้งหาแนวทางสร้างความร่วมมือต่อกันในอนาคตทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายจีน โดยมีตัวแทนจากสถาบันขงจื่อในสถาบันอุดมศึกษาของไทยเข้าร่วมสัมมนากว่า 50 คน ซึ่งได้เข้าเยี่ยมชมศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีน และสถาบันขงจื่อแห่ง มฟล. พร้อมรับฟังผลการดำเนินงานตลอด 12 ปีที่ผ่านมา ได้มีนักเรียนนักศึกษาและผู้สนใจเข้ามาเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมจีนไปแล้วว่า 6,000 คน

ต่อมาเป็นการเสวนาร่วม ณ ห้องเชียงแสน อาคารสำนักงานอธิการบดี โดย รศ.ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดี มฟล. กล่าวต้อนรับ, นายดำรง ใคร่ครวญ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวเปิดการสัมมนาอย่างเป็นทางการ และ H.E. Mr. Lyu Jian เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย กล่าวในฐานะตัวแทนฝ่ายจีน จากนั้นเป็นการดำเนินการสัมมนา ซึ่งมีหัวข้อที่น่าสนใจคือ สถาบันขงจื่อ 4.0 ในบริบทความร่วมมือด้านการศึกษา โดย รศ.ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดี มฟล., พัฒนาการความสัมพันธ์ไทย-จีน โดย นางสาวอาจารี ศรีรัตนบัลล์ รองอธิบดีกรมเอเชียตะวันออก, การดำเนินงานของสถาบันขงจื่อในประเทศไทย โอกาสความร่วมมือและความคาดหวังในยุค 4.0 โดย Ms. Song Ruoyun เลขานุการเอก (ฝ่ายการศึกษา) สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ในฐานะผู้แทนสำนักงานฮั่นปั้นประจำประเทศไทย, ปฏิสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์กับ OBOR และสถาบันขงจื่อในประเทศไทย โดย ผศ.วรศักดิ์ มหัทธโนบล ผู้อำนวยการฝ่ายจีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา

 

ในการนี้ รศ.ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดี มฟล. กล่าวต้อนรับ มีความตอนหนึ่งว่า “วัตถุประสงค์สำคัญในการจัดสัมมนาครั้งนี้ เพื่อรับทราบและเข้าใจในสถานการณ์การดำเนินการเผยแพร่ภาษาและวัฒนธรรมจีนในประเทศไทยผ่านสถาบันขงจื่อ และยังเป็นเวทีสร้างเครือข่ายระหว่างหน่วยงานทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายจีน ตลอดจนหารือประเด็นความร่วมมือต่อกันในอนาคต และเผยแพร่แลกเปลี่ยนความรู้วัฒนธรรมประเพณีที่มีมาอย่างช้านานของจีนและไทย เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติและสมานฉันท์

 

“การผนึกกำลังของสถาบันขงจื่อในประเทศไทยด้วยการร่วมมือกับฝ่ายจีน จะช่วยให้ขยายขอบเขตการดำเนินการร่วมกันให้กว้างขวางขึ้น มีการสนับสนุนกันและกัน และสร้างโอกาสในการยกระดับและเสริมศักยภาพ ให้สอดคล้องกับนโยบายและแนวทางการพัฒนาระเทศไทย และความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ยังประโยชน์ให้กับประชาชน นำไปสู่เป้าหมายสูงสุด คือความมีมิตรภาพระหว่างกัน” อธิการบดี มฟล. กล่าว

 

ด้าน นายดำรง ใคร่ครวญ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวเปิดงาน ความตอนหนึ่งว่า “ประเทศไทยกับจีน มีความร่วมกันทางวัฒนธรรม และมีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกันมายาวนาน ทั้งในแง่ประวัติศาสตร์และสายสัมพันธ์พี่น้อง ปัจจุบัน

 

คนไทยมีความตื่นตัวในการเรียนภาษาจีนเป็นอย่างมาก นับเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ เชื่อว่าอีกไม่นานในประเทศไทยนั้นภาษาจีนจะกลายเป็นภาษาสากลรองจากภาษาอังกฤษอย่างแน่นอน จากการได้เยือนสถาบันขงจื่อแห่ง มฟล. พบว่ามีผู้เรียนภาษาจีนจากที่นี่เพียงแห่งเดียวไปกว่า 6 พันคน คิดว่านี่ไม่ใช่เพียงกระแสนิยมชั่วคราว แต่เป็นกระแสสังคมไปอีกนาน เนื่องด้วยการเรียนภาษามีความสัมพันธ์กับเรื่องเศรษฐกิจ วันนี้ไทยมีการค้าการส่งออกไปจีนร้อยละ 12 แปลว่ามากกว่า 1 ใน 10 ที่เราผลิตสินค้าไปตลาดเดียวคือ จีน หรือตัวเลขของนักท่องเที่ยวเกือบ 10 ล้านคน การลงทุนอาจยังไม่มากแต่เชื่อว่าจะมีการขยายตัวมากขึ้นในอนาคต ยิ่งสอดรับกระแสการเรียนภาษาจีน ซึ่งนับการเริ่มต้นไปสู่การเรียนรู้วัฒนธรรมและวิทยาการด้านอื่นๆ จากจีน ที่ในวันนี้เป็นประเทศมหาอำนาจของโลก

 

สถาบันขงจื่อในประเทศไทย ถือเป็นช่องทางการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและจีน ซึ่งไม่อยากให้เป็นการสื่อสารเพียงด้านเดียว แต่ต้องการให้ทั้งสองประเทศเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ไทยเรียนรู้จีน และอยากให้จีนเรียนรู้ความเป็นไทยด้วย แล้วจะทำให้เกิดความเข้าใจอันดี และเกิดความร่วมมือไร้พรมแดนในด้านต่างๆ ต่อไปในอนาคต” รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กล่าว

แสดงความคิดเห็น

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.