ยาย89ปีป่วยหนัก ยากจนไม่มีเงินคืนเบี้ยสูงอายุที่ซ้อนกับเงินบำนาญลูกชายที่เสียชีวิต

338

วันที่ 27 ม.ค.64 นายเขื่อนเพชร อินต๊ะปัญญา อายุ 63 ปี บุตรชายของ นางฟอง อินต๊ะปัญญา อายุ 89 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57 หมู่บ้านใหม่สันติสุข หมู่ 10 ต.สันทราย อ.เมือง จ.เชียงราย ได้รับหนังสือจากเทศบาล ต.สันทราย อ.เมืองเชียงราย ให้ไปชำระค่าเบี้ยยังชีพผู้อายุที่ได้รับซ้ำซ้อนกับเงินบำนาญกรณีบุตรชายที่เคยเป็นทหารและเสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่จำนวน 99,200 บาท โดยนางฟองเป็น 1 ใน 3 คนที่ได้รับหนังสือแจ้งจากเทศบาล ต.สันทราย ซึ่งรายอื่นได้ชี้แจงว่าจะชำระเงินคืน แต่กรณีของนางฟองพบว่ามีฐานะยากจนโดยปัจจุบันอาศัยอยู่ที่บ้านไม้ชั้นเดียว ตามลำพังเพราะสามีเสียชีวิตไปนานแล้ว ตนเองป่วยเป็นโรคหัวใจโต โรคความดันโลหิตสูง โรคน้ำท่วมปอด และไตวายจึงต้องฟอกไตสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ซึ่งนายเขื่อนเพชร ลูกชายก็มีฐานะยากมีอาชีพขับรถตุ๊กๆ

นางฟอง กล่าวว่าตนมีลูกบุตรชายคนโตชื่อว่าพลทหารอินสอน ปันตั๋น ได้เสียชีวิตขณะทำหน้าที่เป็นทหารอยู่ที่ อ.เชียงคำ จ.พะเยา เมื่อปี 2516 ขณะมีอายุได้ 21 ปีทำให้ตนได้รับเงินบำนาญของบุตรชายมาโดยตลอดเดือนละ 12,000 บาท ต่อมาก็ได้รับเงินเบี้ยเลี้ยงผู้สูงอายุโดยที่ตนก็ไม่รู้ว่าตามระเบียบไม่สามารถรับซ้ำซ้อนกันได้ จากจำนวนเงินดังกล่าวยอมรับว่าไม่สามารถใช้คืนได้ เพราะลูกที่เหลืออีก 3 คนก็ต่างมีครอบครัวกันไปหมดแล้วเหลือคนรองที่คอยดูแลอยู่เพียงคนเดียวแต่ก็ยากจนเหมือนกัน มีค่าใช้จ่ายทุกอย่างทั้งซื้อข้าว อาหาร น้ำ จ้างซักผ้า ค่าเดินทางไปฟอกไต แทบไม่เหลือเก็บไว้จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วยเหลือผ่อนผันด้วย เพราะหากอยู่ในวัยหนุ่มที่ตนยังทำงานค้าขายได้ก็คงจะพอหาเงินมาชำระคืนได้

 

ด้านนายเขื่อนเพชร กล่าวว่า ตนเองต้องพามารดาไปฟอกไต ต้องตื่นตั้งแต่ตี 2-3 เพื่อไปยังโรงพยาบาลสมเด็จพระญาณสังวร อ.เวียงชัย ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร ทำให้ทั้งวันนั้น ไม่ได้ออกไปทำงาน ส่วนวันปกติก็ออกไปทำงานแต่ก็แทบไม่มีลูกค้าไปใช้บริการเพราะเป็นช่วงมีวิกฤติไวรัสโควิด-19 แทบไม่มีรายได้ แม้ทางเทศบาลจะเข้าไปเจรจาขอให้ผ่อนชำระเดือนละ 2,000 บาทก็คงไม่มีปัญญาจะหามาให้ได้จึงขอความเห็นใจในเรื่องนี้ด้วย

 

นายโชคชัย แสนทวีสุข ปลัดเทศบาล ต.สันทราย กล่าวว่ากรณีของนางฟองดังกล่าวได้รับการสำรวจกรณีเป็นผู้ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเมื่อปี 2552 เมื่อสอบถามว่าได้รับสิทธิ์ในฐานะเป็นข้าราขการหรือไม่ก็แจ้งว่าไม่ได้เป็นข้าราชการ จนในปี 2563 กรมบัญชีกลางได้รับเรื่องการจ่ายค่าเบี้ยยังชีพ และตรวจสอบพบว่ามีการรับเงินบำนาญกรณีบุตรชายที่เสียชีวิต จึงมีการแจ้งหนังสือให้เทศบาล ต.สันทราย ออกหนังสือเรียกเงินคืน แต่เมื่อดูจากฐานะและสุขภาพแล้วถือว่าเป็นครอบครัวที่มีความยากลำบากอย่างมาก ทางเทศบาลจึงไม่ได้เร่งรัดและได้ประสานไปยังสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อให้การช่วยเหลืออีกทางหนึ่งแล้ว แต่ก็จำเป็นต้องทำตามหน้าที่ด้วยการเจรจาขอให้มีการผ่อนชำระแต่ก็คาดหวังว่าทางรัฐบาลจะให้การช่วยเหลือจากกรณีนี้

แสดงความคิดเห็น

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.