หมอกควันเชียงรายยังน่าห่วง ผู้ว่าฯ สั่งเจ้าหน้าที่ลาดตระเวณในป่าจับคนเผา ด้านเมียนมาสั่ง 19 หมู่บ้านชายแดนงดเผาแล้ว

91

วันที่ 15 มี.ค.62 ที่จังหวัดเชียงรายพบว่ายังคงเกิดไฟไหม้จนกลายเป็นจุดความร้อนหรือฮอตสปอตที่ดาวเทียมสามารถจับความร้อนได้อย่างต่อเนื่อง โดยในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา ด้าน อ.แม่ฟ้าหลวง ร้อย.ทพ.3109 ร่วมกับ ชุดปฏิบัติการควบคุมไฟป่าดอยแม่สลอง ชรบ.สันติคีรี อาสาสมัครควบคุมไฟป่าบ้านแม่เต๋อ-แม่จันหลวง ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย อบต.แม่สลองนอก บูรณาการร่วมกันเข้าไปควบคุมและดับไฟป่าบริเวณเขตพื้นที่ป่าระหว่างตำบลแม่สลองนอก-แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย มีพื้นที่เสียหายประมาณ 1 ก.ม. สามารถควบคุมไฟได้ ขณะที่จุดฮอตสปอตที่ตรวจวัดได้ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 15 มี.ค.พบว่ามีจำนวนกว่า 36 จุดกระจายไปทั่ว จ.เชียงราย ทั้ง อ.เชียงของ อ.เทิง อ.แม่ฟ้าหลวง ซึ่งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ทั้งทหารพราน ชุดปฏิบัติการควบคุมไฟป่า อาสาสมัครควบคุมไฟป่า ชาวบ้าน ต่างร่วมกันสอดส่องและดับไฟกันอย่างต่อเนื่อง

ในเขตพื้นที่ เทศบาลนครเชียงรายเอง นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงของเทศบาลนครเชียงรายบนำรถบรรทุกน้ำเข้าทำการฉีดพ่นละอองน้ำบริเวณอนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช เพื่อสร้างความชุ่มชื้นและลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศ ภายหลังค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถตรวจวัดในพื้นที่ ต.เวียง อ.เมือง ค่าพีเอ็ม 2.5 อยู่ที่ 98 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และค่าพีเอ็ม 10 อยู่ที่ 122 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนที่ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย ค่าพีเอ็ม 2.5 อยู่ที่ 203 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และค่าพีเอ็ม 10 อยุ่ที่ 258 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

นายประจญ ปรัชสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายกล่าว สำหรับปัญหาหมอกควันและไฟป่าที่เกิดขึ้นในจังหวัดเชียงรายในช่วงนี้ ก็ได้สั่งการให้ทางสำนักงานสาธารณะสุขจังหวัดเชียงราย ออกประกาศแจ้งเตือน ในการงดออกกำลังกายกลางแจ้ง รวมไปถึงการจัดเตรียมหน้ากากอนามัยเพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชน หลังจากที่มีปริมาณผู้ป่วยจากโรคทางเดินหายในเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ซึ่งควันไฟที่พบนั้นก็เป็นไปตามที่ปรากฏในแผนที่แสดงจุดความร้อน หรือฮอตสปอตว่า เชียงรายแทบจะไม่มีการเผาในพื้นที่โดยส่วนใหญ่จะพบว่าอยู่ในแนวเขตที่ติดกับจังหวัดใกล้เคียงและประเทศเพื่อนทำให้ลุกลามเข้ามาในเขตพื้นที่ของเชียงราย อย่างไรก็ตามในส่วนของพื้นที่ซึ่งเกิดไฟ่าขึ้น โดยเฉพาะที่ อ.เทิง อ.แม่สรวย อ.แม่ฟ้าหลวง ได้จัดเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวณ แบ่งเป็น 2 ชุดก็คือ ชุดที่เตรียมพรอ้มเข้าควบคุมและดับไฟป่า และอีกชุดก็คือชุดที่เข้าไปลาดตระเวณเพื่อป้องปราม โดยให้เจ้าหน้าที่ทั้ง 2 ชุดนี้เข้าไปค้างแรมในป่า เพื่อจะได้เคลื่อนไหวและสอดส่องหาผู้ที่ลักลอบเข้าไปในป่าได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับการป้องกันและบรรเทาสถานการณ์หมอกควันจากไฟป่าในช่วงนี้ก็ได้ให้ทางรถดับเพลิงที่ประจำแต่ละเทศบาล ตำบล หรือส่วนต่างๆ ออกมาฉีดพ่นละอองน้ำ ในพื้นที่รับผิดชอบของตนเอง ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ถึงเวลา 14.00 น.ทุกวัน เพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้กับชั้นบรรยากาศ เพื่อลดปริมาณหมอกควันด้วย

“ในส่วนของการประสานงานกับบทางประเทศเมียนมานั้น ล่าสุด ได้รับการประสานมาจากทางเมียนมา และได้มีการรับปากว่าได้สั่งการให้ผู้นำหมู่บ้านทั้ง 19 หมู่บ้านที่อยู่คู่ขนานตามแนวชายแดนให้หยุดการเผาโดยเด็ดขาด โดยในส่วนของ จ.ท่าขี้เหล็กก็ได้มีการฉีกพ่นละอองน้ำด้วยเช่นกัน เพราะประชาชนในฝั่งเมียนมาเองก็ได้รับผลกระทบ และเดือดร้อนเหมือนกัน อย่างไรก็ตามขณะนี้ทางเราก็ได้มีการรณรงค์ในทุกภาคส่วน และทำความเข้าใจกับประชาชน รวมถึงประสานงานกับทางด้านตำรวจเพื่อให้มีการจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการเผาป่าโดยเด็ดขาด สำหรับสถานการณ์หมอกควันก็คาดว่าอีก 1-2 วันนี้หากมีฝนและลมกระโชกเข้ามาในพื้นที่ตามที่กรมอุุตุนิยมวิทยาพยากรณ์เอาไว้ก็จะทำให้สถานการณ์หมอกควันในพื้นที่เบาบางลงได้” ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าว

แสดงความคิดเห็น

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.