เจ้าหน้าที่ เมียยนมา ร่วม ป.ป.ส.อบรมการตรวจพิสูจน์สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์

10
วันที่ 9 ก.ค.58 ที่ห้องประชุมโรงแรมริมกกรีสอร์ท อ.เมือง จ.เชียงราย น.ส.รัชนีกร สรสิริ รองเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เป็นประธานในการเปิดการฝึกอบรมการตรวจพิสูจน์เบื้องต้นสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ที่ใช้ในการผลิตยาเสพติด โดยมีเจ้าหน้าที่ไทย และเมียนมานำโดย พ.ต.ต.maung maung yin เป็นหัวหน้าคณะเข้ารับการฝึกอบรม รวมทั้งหมดประมาณ 60  คน โดยมีระยะเวลาฝึกอบรมวันที่ 9-10 ก.ค.โดยวันแรกเป็นการบรรยายสถานการณ์และการควบคุมสารตังต้นและเคมีภัณฑ์โดยนายวิชัย ไชยมงคล ผู้อำนวยการ ป.ป.ส.ภาค 5 และสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ที่ใช้ในการผลิตยาเสพติดโดย น.ส.กัญญนันทน์ คงภัสนิธิโรจน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิชาการและตรวจพิสูจนฺยาเสพติด และวันที่ 10 ก.ค.จะเป็นการบรรยายเรื่องการตรวจพิสูจนและฝึกปฏิบัติเพื่อการตรวจพิสูจน์
น.ส.รัชนีกร สรสิริ รองเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กล่าวว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยและเมียนมามีความร่วมมือในการปราบปรามยาเสพติดมาโดยตลอด ปัจจุบันได้เข้าร่วมในกลุ่ม 4 ประเทศในปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัยทำให้สามารถตรวจยึดของกลางยาเสพติดและเคมีภัณฑ์ได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งในอนาคตเมื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนร่วมกันจะทำให้การคมนาคมสะดวกขึ้นและเป็นกระทบด้านลบที่ทั้ง 2 ฝ่ายจะต้องสกัดกั้นทั้งการผลิตยาเสพติดและการลักลอบนำสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ไปสู่แหล่งผลิตร่วมกัน
นายวิชัย ไชยมงคล ผอ.ปปส.ภาค5 กล่าวนการบรรยายเกี่ยวกับสถานการณ์และการควบคุมสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ว่า สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์มีทั้งที่ผิดกฎหมายและไม่ผิดกฎหมายเพราะส่วนใหญ่เป็นยาแก้หวัด แต่โดยพฤติกรรมแล้วพบว่ามีการนำเข้าจากประเทศเกาหลีใต้เป็นส่วนใหญ่โดยที่ผ่านมาตรวจพบมีการนำเข้ากว่า 34,520,000 เม็ด รองลงมาพบในประเทศไทย 5,477,886 เม็ด ที่เหลือเป็นประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์และไม่ทราบแหล่งที่มา สำหรับในประเทศเมียนมาเองมีข่าวเรื่องการนำเข้ามาจากประเทศอินเดียเพราะในเมียนมาไม่มีแหล่งของเคมีภัณฑ์เหล่านี้ ซึ่งพบว่ามีการนำมาพักในประเทศไทย ก่อนทั้งส่งเข้าโรงงานโดยตรงและบางรายบรรจุในตู้คอนเทนเนอร์ผ่านแดนทำให้เจ้าหน้าที่ไทยตรวจสอบไม่ได้
“ที่ผ่านมา ป.ป.ส.ตรวจพบว่าสารตั้งต้นซูดูอีเฟรดีนที่เป็นยาแก้หวัดมาจากประเทศเกาหลีใต้จะมีปริมาณของสารที่ใช้นำไปเป็นส่วนผสมในการผลิตยาบ้าได้ 60 มิลลิกรัมต่อเม็ด แต่หากมาจากประเทศอินเดียจะมีปริมาณสูงกว่าเป็น 120 มิลลิกรัมต่อเม็ด หรือ 2 เท่า ซึ่งยาแก้หวัดที่นำมาจากเกาหลีใต้จะสามารถนำไปผลิตยาบ้าได้จำนวน 3 เม็ด และหากมาจากอินเดียจะสามารถนำไปผลิตได้ 5-6 เม็ด” ผอ.ปปส.ภาค5 กล่าว

แสดงความคิดเห็น

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.