เชียงราย ตำรวจ ปส.จับเฮโรอีนชายแดนส่งพัสดุ

710

วันที่ 24 มี.ค.64 พล.ต.ต.วัชระ ทิพย์มงคล ผบก.ปส.3 และเจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ปส.3 สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) พ.ต.อ.ถนัด ชุ่มมะโน ผกก.สภ.เชียงแสน จ.เชียงราย นำตัวนนางเจิ้งหยิ่ง แซ่หยั่ง อายุ 45 ปี ชาว ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ และนายสมศักดิ์ พิทักษ์ภูพาน อายุ 34 ปี ชาว ต.เวียง อ.เชียงแสน พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เฮโรอีน) น้ำหนักรวม 26.2 กิโลกรัม มาสอบปากคำเพื่อดำเนินคดีและขยายผลการจับกุม

หลังจากวันที่22 มี.ค.ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่าขบวนการค้ายาเสพติดได้นำเฮโรอีนจำนวนมากส่งทางบริษัทรับส่งพัสดุเอกชน เจ้าหน้าที่จึงไปตวรจสอบที่สำนักงานสาขาของบริษัทเคอรี่เอ๊กเพลส จำกัด เลขที่ 666/7 หมู่ 8 ต.เวียง อ.เชียงแสน พบกล่องพัสดุสีส้มที่มีคนนำไปส่งทิ้งเอาไว้จำนวน 3 กล่อง เมื่อเปิดออกดูปรากฎว่าทุกกล่องบรรจุยาเสพติดประเภทเฮโรอีนโดยกล่องแรกมีน้ำหนัก 9.9 กิโลกรัม กล่องที่ 2 มีน้ำหนัก 9.9 กิโลกรัม และกล่องสุดท้ายมีน้ำหนัก 6.4 กิโลกรัม จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางและตรวจสอบขยายผลติดตามผู้ส่งพัสดุทั้งหมด

ทางเจ้าหน้าที่จึงได้สกัดไว้ได้ที่ตู้ยามตำรวจแม่มะ ต.ศรีดอนมูลอ.เชียงแสน ซึ่งกำลังเดินทางไปด้วยรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน 1ขฆ-8266 กรุงเทพฯ โดยได้นำมาสอบปากคำที่สภ. เชียงแสน จากนั้นตั้งข้อหาว่าร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1(เฮโรอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และนำตัวพร้อมของกลางดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สำหรับคดีนี้ทางตำรวจ กก.2 บก.ปส.3 ได้สบทราบว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดเครือข่ายนายตี๋ชาว อ.เชียงแสน จะนำเข้าเฮโรอีนสู่ชั้นในของประเทศตั้งแต่กลางเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา โดยทราบว่าจะใช้เส้นทางและบริษัทรับส่งพัสดเอกชนดังกล่าว ต่อมาวันที่ 18 มี.ค.ก็ทราบว่านายตี๋ได้เดินทางไปรับยาเสพติดจากพวกในท้องที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ที่อยู่ติดกัน จากนั้นเจ้าหน้าที่พบรถยนต์ของกลางทั้ง 2 คันขับจาก อ.เชียงแสน ไปทาง อ.แม่สาย และขับกลับมาโดยคันหนึ่งเข้าไปจอดอยู่บริเวณบ้านของนายสมศักดิ์ กระทั่งวันที่ 22 มี.ค.ก็พบผู้ต้องหาขนของกลางใส่กล่องไปส่งที่บริษัทเคอรี่เอ็กซ์เพลส สาขาเชียงแสน ก่อนจะขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจภายหลังของพบของกลางในกล่องพัสดุ 3 กล่อง ทั้งหมดบรรจุเฮโรอีนโดยกล่องแกมีน้ำหนัก 9.425 กิโลกรัม กล่องที่ 2 น้ำหนัก 6.460 กิโลกรัม และกล่องสุดท้ายน้ำหนัก 1.035 กิโลกรัม โดยกล่องที่ 1-2 ระบุว่าส่งให้กับคนชื่อว่านายไพโรจน์ ส่วนกล่องที่ 3 ส่งให้นางอำพร พร้อมมีหมายเลขโทรศัพท์มือถือของผู้รับเอาไว้ด้วย

แสดงความคิดเห็น

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.