เชียงราย ผู้ป่วยลด ผู้ว่าฯเผยสถานการณ์ดีขึ้น หลายหมู่บ้านปิดห้ามเข้าออก

35

เชียงราย  ผู้ป่วยลดแล้ว ผู้ว่าฯเผยสถานการณ์ดีขึ้นภายในสิ้นเดือน สถานที่รังรับผู้ป้วยเพียงพอ หลายหมู่บ้านปิดตลาดสด และห้ามเข้าออก หากไม่จำเป็น

วันที่ 26 เม.ย.64  นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงราย  นำคณะกรรมการออกตรวจสถานที่ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ โฮตพิเทล โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) และศูนย์ประชุมเทศบาลนครเชียงรายหรือศูนย์ GMS ที่จัดเป็นโรงพยาบาลสนามกรณีมีผู้ป่วยล้นมาจากโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ซึ่งพบว่าแต่ละจุดยังสามารถรองรับผู้ป่วยได้อย่างเพียงพอ

นายประจญ ปรัชญ์สกุล  กล่าวว่าวันนี้ถือว่ามีสัญญานที่ดีเพราะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้น 19 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสมจำนวน 300 ราย รักษาหายไปแล้ว 117 ราย คงเหลือผู้ที่รักษาตัว 183 ราย โดยผู้ป่วยมีอาการจะรักษาที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ส่วนที่ไม่มีอาการก็ให้อยู่ที่ฮอตพิเทลหรือโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ มฟล.เมื่อรักษาครบ 10 วันก็ให้กลับไปดูแลตัวเองที่บ้านอีก 14 วันก็ถือว่าหายขาด ซึ่งตัวเลขดังกล่าวถือเป็นสัญญานที่ดีขึ้น จากเดิมมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จาก 17 ราย 19 รายและวันก่อนสูงถึง 34 ราย เมื่อมีการตรวจเชิงรุกก็ลดลงเหลือ 19 ราย อย่างไรก็ตามทางจังหวัดก็ยังคงคุมเข้มโดยจะมีการส่งกำลังตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง กระจายกันไปตามชุมชนหมู่บ้านต่างๆ ซึ่งไม่ได้ไปกักกันกลุ่มเสี่ยงหรือผู้ที่คณะกรรมการให้กักตัวแต่อย่างใดแต่เพื่อไปดูแลภายใต้สโลแกนของภาษาเหนือที่ว่า “ขาบอยู่บ้าน” เท่านั้น

“หากสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ก็เชื่อว่าจำนวนผู้ป่วยจะลดลงไปเรื่อยๆ ไปจนถึงวันที่ 30 เม.ย.จากนั้นก็จะประเมินสถานการณ์กันอีกครั้งคาดว่าจะเป็นไปในทางดีแต่ช่วงนี้ก็จะมีการใช้คำสั่งและประกาศต่างๆ เพิ่มเติมไปตามสถานการณ์แต่จะใช้ให้น้อยที่สุดเพื่อไม่ให้ลดทอนความเป็นอยู่ของประชาชนจนมากเกินไป  ในส่วนของหมู่บ้านหลายแห่งใน จ.เชียงราย ที่มีการปิดหมู่บ้านแล้วนั้นทางคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.เชียงราย ได้มอบอำนาจให้ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรค (ศปค.) ประจำแต่อำเภอมีอำนาจดำเนินการได้อย่างเต็มที่แต่ก็ต้องอยู่ภายใต้การให้คำแนะนำกับชาวบ้านเรื่องความจำเป็น การใช้ชีวิตและให้อดทนเพียงแค่ 14 วันไม่ได้หมายถึงปิดไปอย่างยาวนานกว่านั้น”  ผู้ว่าราชการังหวัดเชียงรายกล่าว.

ทางด้าน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตลาดสดป่ายาง ในเขตเทศบาลตำบลแม่สาย จังหวัดเชียงราย ฝ่ายปกครองอำเภอแม่สายสั่งปิดไปแล้ว โดยจะปิดเป็นเวลา 14 วัน หลังจากมีพ่อค้าแม่ค้า 2 สามีภรรยาชาวไทใหญ่  ซึ่งอาศัยตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด 19 ทั้งนี้คาดว่าน่าจะติดจากลูกชายซึ่งเดินทางมาจากนอกพื้นที่ ส่วนที่ตลาดเหมืองแดง ในเขตเทศบาลตำบลแม่สายเช่นกัน วันนี้จะเปิดการขายเป็นวันสุดท้าย และจะปิดเป็นระยะเวลา 14 วัน ตามมาตรการป้องกันโควิด 19 พร้อมทั้งมีคำสั่งให้เจ้าของตลาด ทำการปรับปรุงยกหลังคาตลาดให้สูงขึ้น ให้ตลาดมีความโปร่งโล่งมากขึ้น อากาศสามารถถ่ายเทได้สะดวกมากขึ้น

สำหรับพื้นที่ อ.แม่สาย พบผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มขึ้นในวันที่ 26 เม.ย.นี้จำนวน 2 ราย ทำให้มียอดสะสมรวมกันจำนวน 85 ราย กำลังรักษาอยู่ 55 รายและหายป่วยแล้ว 30 ราย ทำให้คณะกรรมการโรคติดต่อ จ.เชียงราย ได้มีคำสั่งให้มีพื้นที่ควบคุม 3 ตำบลคือ ต.แม่สาย ต.เวียงพางคำ และ ต.โป่งงาม และล่าสุดมีหมู่บ้านต่างๆ ในพื้นที่ควบคุมดังกล่าวได้ปิดหมู่บ้านเพื่อคัดกรองการเข้าออกเท่าที่จำเป็นแล้วจำนวน 6 หมู่บ้านคือ หมู่ 1 หมู่ 2 หมู่ 3 หมู่ 5 หมู่ 6 ต.โป่งงาม และหมู่ 9 (เฉพาะชุมชนร่มโพธิ์ทอง) ต.เวียงพางคำ

นอกจากนี้พบว่าหมู่บ้านต่างๆ ใน จ.เชียงราย  ปิดหมู่บ้านรวมกันแล้วประมาณ 20 แห่ง เช่น ในเขต อ.เมืองเชียงราย มีหมู่ 1 และหมู่ 2 ต.ห้วยชมภู ด้านพื้นที่ อ.พาน กำหนดพื้นที่ควบคุมสูงจำนวน 8 หมู่บ้าน ได้แก่หมู่ 2 หมู่ 3 หมู่ 6 หมู่ 7 หมู่ 9 หมู่ 11 หมู่ 14 และหมู่ 17 ต.ทรายขาว โดยให้มีการตั้งจุดตรวจและจดเวรยามการเข้าออกหมู่บ้านตลอด 24 ชั่วโมง และให้มีการควบคุม ติดตามและดูแลผู้ที่ต้องกักตัวอยู่ที่บ้านอย่างเคร่งครัด หากไม่ปฏิบัติตามให้ดำเนินคดีได้โดยทันที

สำหรับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านในเขตพื้นที่ควบคุมสูงนั้นให้เฝ้าระวังตนเองอยู่ที่บ้าน 14 วันและงดการเดินทางไปนอกพื้นที่โดยไม่จำเป็น รวมทั้ง งดออกจากบ้านตั้งแต่เวลา 21.00-04.00 น. งดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงทุกประเภท เช่น งานประเพณี ตลาดนัด การรวมกลุ่มสังสรรค์ ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ตามร้านค้าและสถานที่สาธารณะ  โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย.เป็นต้นไป  นอกจากนี้ยังมีหลายหมู่บ้านใน ต.วาวี อ.แม่สรวย ที่มีการปิดถนนตามหมู่บ้านเพื่อคัดกรองอย่างเข้มงวด

แสดงความคิดเห็น

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.