เด็กวัย 14 ถูกน้ำป่าพลัดอาการโคม่ายังไม่ได้สติ ขณะที่อุตุฯเตือนระวังน้ำหลากดินถล่ม 21-27 ก.ค.นี้

1
S__4047034
 เวลา 14.30 น. วันที่ 22 ก.ค.57 ได้เกิดเหตุน้ำป่าจากเทือกเขาดอยหลวง ได้ไหลบ่ามาตามลำห้วยน้ำสมพัด ด.ญ.ทัพดาว แซ่เฮ้อ อายุ 14ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนบ้านทุ่งนาน้อย จมน้ำ ขณะกำลังเดินข้ามลำห้วยเพื่อเดินทางกลับบ้าน ในพื้นที่บ้านทุ่งนาน้อย ม.11 ต.เวียง อ.เชียงของ ทำให้ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์รีบช่วยเหลือก่อนนำร่างที่หมดสติส่ง โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของ และส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ซึ่งขณะนี้อยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ นายศรชัย แซ่เห้อ ผู้ใหญ่บ้าน ม.11 บ้านทุ่งนาน้อย กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุมีฝนตกต่ออย่างเนื่อง ทางเจ้าหน้าที่ป้องกันสาธารณภัยอำเภอเชียงของและเทศบาลตำบลเวียง อ.เชียงของ ได้ออกหน่วยเคลื่อนที่ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านระมัดระวังและเตรียมอพยพขึ้นพื้นที่สูงและย้ายเด็กนักเรียนจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โดยได้แจ้งให้ผู้ปกครองมารับกลับบ้านก่อนเวลา  ซึ่งตนได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีเด็กนักเรียนจมน้ำจึงรีบไปยังที่เกิดเหตุที่ โดยที่เกิดเหตุเป็นบริเวณคอสะพานกลางหมู่บ้านทุ่งนาน้อย พบชาวบ้านได้ช่วยกันนำร่างเด็กหญิงทัพดาว ขึ้นมาจากลำน้ำแล้ว ซึ่งได้ทำการช่วยเหลือในเบื้องต้น ก่อนจะนำตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งพบว่าเด็กหญิงทัพดาว หมดสติไป แต่ยังมีลมหายใจอยู่
จากการสอบถามชาวบ้านทราบว่าขณะเกิดเหตุเด็กหญิงทัพดาวพร้อมเพื่อนอีก 1 คน กำลังเดินทางกลับบ้านโดยใช้เส้นทางลัดเดินข้ามลำห้วยซึ่งขณะนั้นน้ำยังไม่มากแต่ก็ได้มีน้ำป่าไหลมาอย่างรวดเร็วพัดร่างเด็กหญิงทัพดาวไหลไปกับน้ำไกลกว่า 200 เมตร ขณะที่เพื่อนอีกคนหนีรอดขึ้นฝั่งได้ทัน จึงได้ไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียง โยขณะนี้ ด.ญ.ทัพดาว ได้พักรักษาตัวอยู่ที่ห้องผู้ป่วยหนัก โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ พบว่ามีอาการสมองบวม ยังไม่ได้สติแต่ยังหายใจได้ ซึ่งแพทย์ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด
ด้าน ศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสาร ได้พยากรณ์อากาศระหว่างวันที่ 21-27 ก.ค. 57 ให้ระวังเตรียมความพร้อมเนื่องจากอิทธิพลลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทยตลอดสัปดาห์และช่วงวันที่ 24-26 ก.ค. 57 ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ทำให้ประเทศไทย ตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้น บริเวณตอนบนของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและด้านตะวันตกของประเทศ จะมีฝนตกหนักบางแห่งทำให้หลายพื้นที่ชุ่มน้ำมาก ถ้ามีฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่เสียงภัย อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มได้จึงแจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัยและดินถล่มอันเกิดจากฝนตกหนักระหว่างวันที่ 22-26 ก.ค.57
โดยปริมาณทำให้ปริมาณน้ำฝนในพื้นที่การเกษตรบางแห่งเช่น นาข้าวที่กำลังเพาะปลูกมีน้ำท่วมขังต้นข้าวได้รับความเสียหาย ขณะที่แม่น้ำอิงมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วรวมทั้งแม่น้ำโขงซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักกั้นพรหมแดนไทย-ลาวมีปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ทางด้านสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยเชียงราย สาขาเชียงของจึงออกแจ้งเตือนหน่วยงานท้องที่และชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงภัยตามที่ราบลุ่มและใกล้ทางน้ำไหลผ่านให้ระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในช่วง 3-5 วันนี้ รวมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง หลังจากเมื่อสัปดาห์ก่อนก็เกิดเหตุน้ำป่าสะสมจากเทือกเขาดอยหลวง ที่กั้นระหว่าง อ.เชียงของ อ.เชียงแสน อ.แม่จัน และ อ.ดอยหลวง ไหลบ่าเข้าท่วม บ้านเรือนราษฎร พื้นที่ทางการเกษตร ถนน สะพาน ในพื้นที่ ม.11 บ้านทุ่งลาน้อย ม.2 บ้านวัดหลวง ม.5 บ้านทุ่งทรายและ ม.8 บ้านเวียงแก้ว ต.เวียง อ.เชียงของ จำนวนกว่า 100 หลังคาเรือนได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะบ้านเรือนที่อยู่ติดลำน้ำสมและลำน้ำดุก รวมทั้งฝายชะลอน้ำตามแนวพระราชดำริ ซึ่งเป็นโครงการ เพื่อเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ของอำเภอเชียงของ ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างกั้นลำน้ำสมที่ บ้านทุ่งทราย ม.5 จำนวน 3 จุด ถูกกระแสน้ำเชี่ยวกราดและต้นไม้ใหญ่ไหลตามลำน้ำเข้าพัดถล่มพังเสียหาย

แสดงความคิดเห็น

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.