ชาวบ้านพบพญานาคโผล่กลางลำน้ำโขงเชียงแสน

357

ชาวบ้าน สวนดอก ม.8 ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ได้พบเห็นพญานาคโผล่ขึ้นมาจากแม่น้ำโขงขณะกำลังทำสวนริมแม่น้ำ พากันแตกตื่น จากการสอบถามพบว่ามีผู้ที่พบเห็นหลายคน โดยแบ่งเป็น 2 ราย โดยรายแรกเป็นครอบครัวของ นางสุกัญญา ศรีราลักษ์ อายุ 37 ปี และสามี พร้อมลูกชาย 2 คน และเพื่อนอีก 3 คน อีกรายที่พบคือนาย เสาร์คำ มิ่งเมือง อายุ 50 ปี ทั้งหมดเป็นชาวบ้านสวนดอก ม.8 ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย โดยได้พบในเวลาใกล้เคียงกันคือประมาณ 14.00-15.00 น.วันที่ 5 ก.พ.64 ที่ผ่านมา

โดย นางสุกัญญา ศรีราลักษ์ เล่าว่า ได้เห็นพญานาคโผล่หัวขึ้นมากลางแม่น้ำโขง ขณะกำลังรดน้ำสวนผักริมแม่น้ำโขง บ้านสวนดอก เป็นช่วงประมานบ่าย 2 โมงของ วันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันพระ แรม 8 ค่ำ เดือน 3 โดยขณะที่กำลัรดน้ำอยู่นั้นได้หันไปเห็นหัวของพญานาคสีเขียวเหมือนยอกตองอ่อน โผล่ขึ้นมาจากแม่น้ำโขงห่างออกจากฝั่งไปประมาณ 10 เมตร ประมาณ 2 วินาทีแล้วก็มุดน้ำหายไป จึงได้หยุดและเรียกลูกๆที่กำลังเล่นน้ำอยู่ขึ้นจากน้ำ แล้วได้ขึ้นไปอยู่ที่เพิงพัก จากนั้นจึงตั้งสติแล้วอธิษฐานว่าหากเป็นพญานาคจริงก็ขอให้โผลขึ้นมาให้เห็นอีกครั้ง จากนั้นผ่านไปประมาณ 30 นาที ก็มีหัวพญานาคโผล่ขึ้นมาอีกครั้งคราวนี้ได้ส่ายหัวไปมาหลายครั้ง ประมาณ 10 วินาทีก่อนจะดำน้ำลงไป ซึ่งเด็กๆ ก็กลัวและบอกว่าหากโผล่ขึ้นมาจากน้ำหรือเลื้อยขึ้นมาก็จะวิ่งหนี โดยนางสุกัญญา ได้มาอยู่ที่พื้นที่บ้านสวนดอกประมาณ 10 ปี ทำสวนติดแม่น้ำโขงมานานเพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรก

ด้านนายเสาร์คำ มิ่งเมือง กล่าวว่า ตนเองได้พบเห็นพญานาค ขณะที่กำลังทำกับดักไปดักสัตว์ เพื่อนำมาเป็นอาหาร ก็ได้หันไปทางแม่น้ำโขงซึ่งในวัยชนนั้นแม่น้ำมีลักษณะเขียวใส สวยงาม น้ำนิ่ง ก็ได้เห็นพญานาคโผล่ออกมาโดยได้เห็นเฉพาะส่วนหัวมีเกล็ดซ่อนกันหลายชั้น สีเขียวเหมือนยอดใบตองอ่อนโดยโผล่ขึ้นมาเป็นเวลาประมาน 10 วินาที แล้วก็หายไป ด้วยความตกใจจึงได้ถอยห่างออกมาจากบริเวณนั้นแล้วได้อธิษฐานว่าหากเป็นพญานาคจริงก็ให้ตนเองถูกหวยรางวัลที่ 1 จากกนั้นก็ได้กลับบ้านโดยไม่กล้าเล่าให้ใครฟังเนื่องจากกลัวว่าจะไม่เชื่อสิ่งที่ตนเองพูด จนกระทั่งได้ยินชาวบ้านลือกันว่า นางสุกัญญาก็พบเช่นกัน ตนจึงได้เล่าให้นางสุกัญญาฟังว่าตนก็เห็นเช่นกัน

ขณะที่ นาย ปกรณ์ สุริวรรณ นายอำเภอเชียงแสนยังไม่ยืนยันว่า สิ่งที่ชาวบ้านพบเห็นนั้นเป็นพญานาคจริงหรือไม่ แต่ก็คิดว่าจะจัดงานบวงสรวง เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับพญานาคและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในบริเวณนี้ เนื่องจากทราบจากคนเก่าแก่ว่าบริเวณนี้เคยมีชาวบ้านพบเก็นพญานาคบ่อยครั้งและยังเป็นเมืองโบราณมาก่อน ซึ่งทั้งหมดก็เป็นที่ร่ำลือของชาวบ้านในพื้นที่ แต่ที่ผ่านมายังไม่พบว่ามีใครบันทึกภาพไว้ได้

 

โดยคนเก่าแก่ของหมู่บ้านได้เล่าว่า สมัยปี พ.ศ.2528 ตนและภรรยาได้ไปซักผ้าริมน้ำโขงก็เคยได้เห็นพญานาคเนื่องจากขณะที่กำลังซักผ้าอยู่นั้น ได้มีเด็กหนุ่มในหมู่บ้านได้เอาไม้ตีงูตายและกำลังนำงูมาโยนทิ้งลงน้ำโขง พอโยนลงไปในน้ำงูตัวนั้นกลับฟื้น และกลายเป็นพญานาค สักพักก็ดำน้ำหายไป ทุกคนในหมู่บ้านจึงมีความเชื่อว่า บริเวณนี้น่าจะมีถ้ำที่พญานาคอาศัยอยู่ ต่อมาได้มีการสร้างศาลบูชาพญานาค ชื่อเจ้าปู่นันตะ และเจ้าย่าแว่นแก้ว เพื่อให้ชาวบ้านที่มีความเชื่อเรื่องพญานาคได้มากราบไหว้สักการะบูชา จนถึงปัจจุบัน

แสดงความคิดเห็น

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.