เวลา 09.00 น. วันที่ 18 มิถุนายน 2569 ที่ห้องประชุมจอมกิตติ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายประเสริฐ จิตพลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย พันเอกสิงหนาท โลสุยะ รอง ผอ.กอ.รมน.จังหวัดเชียงราย ดร.นิอร ศิริมงคลเลิศกุล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงราย นางสาวศิวพร รังสิยานนท์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการจัดการคุณภาพอากาศและเสียง และคณะจากโครงการ Clean Air Asia ร่วมประชุมรายงานความก้าวหน้าผลการดำเนินงานด้านคุณภาพอากาศและสภาพภูมิอากาศ ภายใต้โครงการ Clean Air Asia พร้อมติดตามสถานการณ์สารปนเปื้อนในแม่น้ำกก โดยมีส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดเชียงรายเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
ในการประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและนำเสนอผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน รวมถึงสถานการณ์สารพิษปนเปื้อนในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง โดยมีคณะนักวิจัยด้านมลพิษจากบริษัท Lihe Technology (Hunan) Co., Ltd. ตัวแทนสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย และมูลนิธิเอเชีย เข้าร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และให้การสนับสนุนด้านการวิจัย เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือและลุ่มน้ำโขง
นางสาวศิวพร รังสิยานนท์ กล่าวว่า การทำงานร่วมกันระหว่างจังหวัดเชียงรายและกระทรวงสิ่งแวดล้อมของประเทศญี่ปุ่น มีจุดเริ่มต้นมาจากความประสงค์ของทางญี่ปุ่นในการเข้ามาช่วยเหลือจังหวัดเชียงรายเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (Air Pollution) ทั้งภายในประเทศและปัญหาข้ามแดน ซึ่งหลังจากใช้เวลาเตรียมการร่วมกันมาเป็นเวลา 3 เดือน ปัจจุบันได้มีการขยายกรอบการดำเนินงานให้ครอบคลุมการแก้ไขปัญหาในทุกมิติ ทั้งปัญหามลพิษทางน้ำ มลพิษทางอากาศ ปัญหาขยะ ตลอดจนเรื่องของการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วย
ในส่วนของความร่วมมือและการนำเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าจากประเทศญี่ปุ่นมาประยุกต์ใช้นั้น ปัจจุบันทางญี่ปุ่นมีการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้อยู่จริง รวมถึงมีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำและการรับมือกับภัยพิบัติที่สามารถปรับตัวได้เป็นอย่างดี ซึ่งจากการเดินทางไปศึกษาดูงานที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา 5 เดือน ในเมืองที่มีการปลูกข้าวเป็นอันดับหนึ่ง ได้เห็นรูปแบบการทำเกษตรกรรมที่ “ปลูกข้าวโดยไม่เผาเลย” โดยอาศัยเทคโนโลยีที่จับต้องได้ร่วมกับการใช้กลไกทางเศรษฐศาสตร์เข้ามาสนับสนุนเกษตรกร ส่งผลให้ชาวนาที่ญี่ปุ่นมีรายได้ดีและมีความเป็นอยู่ที่ดี
สำหรับแนวทางการนำมาปรับใช้ในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงและประเทศไทย อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีเล็กน้อยเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ โดยเน้นการใช้กลไกทางเศรษฐศาสตร์ เช่น การนำเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร (อย่างฟางข้าว) มาสร้างมูลค่าเพิ่มแทนการเผา ซึ่งจะต้องวางระบบอย่างครบวงจร ตั้งแต่เทคโนโลยีที่ใช้ ระบบโลจิสติกส์ ไปจนถึงการหาตลาดรองรับ รวมถึงอาจต้องมีการลงทุนด้านเครื่องมือเครื่องจักรเพิ่มขึ้น เพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการเกษตรให้ทันสมัย เข้าสู่ยุคของ AI และเทคโนโลยี ช่วยให้เกษตรกรทำงานเหนื่อยน้อยลง แต่ได้ผลผลิตและรายได้ที่มากขึ้น เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น
ทั้งนี้ หากความร่วมมือดังกล่าวสำเร็จและมีการส่งต่อเทคโนโลยีมายังจังหวัดเชียงรายและประเทศไทย จะช่วยแก้ปัญหาสำคัญที่ไม่เคยแก้ไขได้สำเร็จอย่าง “ปัญหามลพิษหมอกควันข้ามแดน” ซึ่งแม้จะมีความร่วมมือในระดับอาเซียนมานานกว่า 20 ปี แต่ฝั่งอาเซียนตอนบนยังมีข้อจำกัดเนื่องจากช่องว่าง (Gap) ในภูมิภาคที่ยังคงมีอยู่มาก แตกต่างจากฝั่งอาเซียนตอนใต้ที่สามารถลดช่องว่างนี้ลงได้และจัดการปัญหาได้ดีในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ดังนั้น ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในภูมิภาคนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่ของตนเองให้สำเร็จ และต่อยอดขยายผลไปสู่การแก้ปัญหาในระดับภูมิภาคต่อไป
จากนั้นในช่วงบ่ายได้เดินทางไปที่เทศบาลตำบลแม่ยาวเพื่อพบปะชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบแลกเปลี่ยนข้อมูลและ นำคณะดูการตรวจสอบสารพิษในน้ำบาดาล ในพื้นที่ตำบลแม่ยาวซึ่งประชาชนในพื้นที่ใช้ในการอุปโภคบริโภค
น.ส.ศิริรัตน์ สันธิ ปลัดเทศบาลตำบลแม่ยาว
ปลัดเทศบาลตำบลแม่ยาว กล่าวว่าจากกรณีผลกระทบปัญหามลพิษในแหล่งน้ำ ซึ่งมีต้นทางมาจากกิจกรรมการทำเหมืองแร่ในประเทศเพื่อนบ้าน ไหลผ่านเข้าสู่แม่น้ำกกและพื้นที่ต่างๆ นั้น ตําบลแม่ยาว ถือเป็นพื้นที่ด่านแรกที่ได้รับผลกระทบดังกล่าวโดยตรง
สถานการณ์น้ำในปัจจุบัน
ที่ผ่านมาหลายภาคส่วนได้ร่วมกันนำตัวอย่างน้ำจากพื้นที่ตำบลแม่ยาว ทั้งน้ำจากแม่น้ำกก น้ำประปา บ่อน้ำ รวมถึงน้ำอุปโภคบริโภคของประชาชนในพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำกกไปตรวจวิเคราะห์ ผลการตรวจล่าสุดจากทุกหน่วยงานยืนยันว่า ไม่พบสารพิษตกค้างในระดับที่เกินค่ามาตรฐาน ซึ่งผลลัพธ์นี้ช่วยลดความวิตกกังวลและสร้างความสบายใจให้กับคนในชุมชนได้เป็นอย่างมาก
แนวทางการแก้ไขและความร่วมมือ
การเข้ามามีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ และมหาวิทยาลัยหลายแห่งในการเสนอแนวทางแก้ปัญหา ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ช่วยให้พื้นที่มองเห็นทางออกในการจัดการระบบน้ำอุปโภคบริโภคได้อย่างชัดเจนขึ้น โดยมีแนวทางสำคัญดังนี้:
• ชุดกรองน้ำต้นแบบ: มีการนำเสนอตัวอย่างชุดกรองน้ำเพื่อเป็นโมเดลนำร่องสำหรับพื้นที่ ซึ่งทางผู้บริหารตำบลแม่ยาวเตรียมนำข้อเสนอแนะนี้ไปขยายผลต่อในชุมชน
• การตรวจวัดคุณภาพน้ำแบบ Real-time: สิ่งที่ตําบลแม่ยาวคาดหวังให้เกิดขึ้นในอนาคต คือการจัดตั้งศูนย์ตรวจวัดคุณภาพน้ำที่สามารถรายงานผลได้แบบทันท่วงที (Real-time) เพื่อสร้างความมั่นใจที่ยั่งยืนให้กับประชาชน
• การเสริมสร้างศักยภาพชุมชน: มุ่งเน้นให้กลุ่ม อสม. ในพื้นที่ตำบลแม่ยาว เป็นแกนหลักในการเรียนรู้และร่วมบริหารจัดการระบบการตรวจวัดนี้
พันเอกสิงหนาท โลสุยะ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ปัญหาสารปนเปื้อนในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับความมั่นคงของประชาชนในด้านคุณภาพชีวิต สุขภาพ และการดำรงชีพของคนในพื้นที่จังหวัดเชียงรายและลุ่มน้ำโขง
การที่หน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ องค์กรระหว่างประเทศ ภาคประชาสังคม และภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ได้เข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล ศึกษาวิจัย และร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหา ถือเป็นเรื่องที่ดีและเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง
ในนามของ กอ.รมน.จังหวัดเชียงราย ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ได้ให้ความสำคัญและร่วมมือกันอย่างจริงจัง ทั้งการสนับสนุนข้อมูล องค์ความรู้ และการวิจัย เพื่อให้เกิดแนวทางแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความมั่นคงให้กับประชาชนในพื้นที่