กองทัพภาคที่3พัฒนาแนวกันไฟ 2 แผ่นดิน เทิดไท้องค์ราชันย์‏

1

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 8 ม.ค.57 ที่บริเวณลานกีฬาสัมพันธ์ดอยช้างมูบ ต.โป่งงาม อ.แม่สาย จ.เชียงราย พล.ต.ธนา จารุวัตร รอง ผบ.ฉก.คฟป.ทภ.3 ได้เป็นประธานในการเปิดโครงการพัฒนาแนวกันไฟ 2 แผ่นดิน เทิดไท้องค์รางชัน โดยมีหัวหน้าหน่วยงานในพื้นที่ อ.แม่ฟ้าหลวง อ.แม่สาย ด้านเจ้าหน้าที่ประเทศพม่านำโดย ร.อ.เวงโก้ รอง ผบ.ฐาน บาลาหลวง กองพันเคลื่อนที่เร็วที่ 225 ได้นำกำลัง เข้าร่วมกิจกรรมพร้อมทั้งได้นำประชาชนและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ก่อนจะร่วมกันพัฒนาแนวกันไฟป่า เพื่อเป็นการป้องกันและรณรงค์ไม่ให้เกิดปัญหาไฟป่า และหมอกควันในพื้นที่ จังหวัดเชียงราย

พล.ต.ธนา จารุวัตร รอง ผบ.ฉก.คฟป.ทภ.3 กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการน้อมนำพระราชดำริของพระยาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาปฏิบัติใช้ เพื่อป้องกันปัญหาไฟป่า และหมอกควันที่จะเกิดขึ้นในช่วงฤดูแล้ง ในห้วงเดือน ธ.ค.- เม.ย.ของทุกปี ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นที่รักยิ่งของปวงชาวไทย ทุกหมู่เหล่า โดยถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และเพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับ ข้าราชการ และประชาชนทุกหมู่เหล่า และประเทศเพื่อนบ้าน ร่วมมือป้องกันผืนป่าของอาเซียน นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ แะลดอันตรายในการใช้เส้นทางของนักท่องเที่ยวและประชาชน

ด้าน นายประจญ ปรัชญ์สกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ในช่วงนี้เริ่มมีความกดอากาศสูงเข้ามาในจังหวัดเชียงรายแล้ว ซึ่งการเผาที่ก่อให้เกิดควันจะทำให้ไม่สามารถลอยและกระจายหายไปในอากาศได้ ซึ่งจะก่อให้เกิดหมอกควันในพื้นที่ได้ ซึ่งจะต้องมีการรณรงค์ในการหยุดการเผา โดยทางนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้มีนโยบายว่า กำหนด 100 วัน รณรงค์งดการเผา ตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค.- 30 เม.ย. โดยจะมรการเปิดศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจในการควบคุมหมอดควัน โดยจะมีหน่วยงานต่างๆร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาหมอกควันในพื้นที่เพื่อไม่ให้เกิดเปัญหามลพิษในพื้นที่

ด้าน นายวรญาณ บุญณราช นายอำเภอแม่ฟ้าหลวง  กล่าวว่า ใน อ.แม่ฟ้าหลวงมีพื้นที่ติดต่อกับประเทศพม่า ซึ่งที่ผ่านมาได้ประสานกับประเทศพม่าเพื่อหาเนวทางป้องกันการเกิดไฟป่าในพื้นที่ โดยเมื่อปีที่ 50 ที่ผ่านมา ได้เกิดไฟป่าที่ลุกลามอย่างหนักจนเกือบถึงบริเวณพระตำหนักฯ ทำให้เจ้าหน้าที่และประชาชนได้ตระหนักถึงการเกิดไฟป่าดังกล่าว จึงได้มีการประชุมกับหน่วยงานต่างๆเพื่อ หาทางป้องกันการเกิดไฟป่าในพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมาก็ทำให้การเกิดไฟป่าในพื้นที่ลดลง โดยแต่ละหมู่บ้านได้มีการประชาสัมพันธ์ให้ลูกบ้านทราบถึงปัญหา และแนะแนวทางการกำจัดวัชพืชด้วยวิธีอื่นนอกจากการเผาเพื่อเป็นการป้อง กันการเกิดไฟไหม้ลุกลามจนเกิดไฟป่า

พล.ต.ต.ประสงค์ ศรีสมบูรณ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานโครงการพัฒนาดอยตุง ( พื้นที่ทรงงาน ) กล่าวว่า ที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2542 – 2550 ได้เกิดไฟป่าในพื้นที่ 80 – 100 ครั้ง ต่อปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมาก จนกระทั่งปี 2550 ที่มีการเกิดไฟป่าลุกลามอย่างหนักจนเกือบถึงพระตำหนัก หลังจากที่เกิดเหตุดังกล่าว จึงได้มีการประชุมหาแนวทางในการป้องกันแก้ไข โดยได้จัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาดูและเฉพาะกิจโยให้นายอำเภอแม่ฟ้าหลวงเป็น ผอ.ควบคุมการดูแล โดยได้สร้งาแนวกันไฟในหมู่บ้านต่างๆ พร้อมทั้งให้ความรู้กับประชาชน นอกจากนี้ยังได้จัดทำการลงทะเบียนเพื่อขออนุญาตเผาวัชพืช โดยมีการกำหนดจำนวนผู้ที่จะเผาแต่ละวัน โดยจะให้เผาในเช้า และเย็น ซึ่งทำให้ปริมาณการเกิดไฟป่าในพื้นที่ลดลงเหลือเพียง 10 ครั้งต่อปี.

1 2

34


5 6

 

แสดงความคิดเห็น

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.