.มทบ.37เปลี่ยนค่าย2พันไร่สู่เกษตรพอเพียงฯตามรอยรัชกาลที่9

11

 

2

 

ที่ค่ายเม็งรายมหาราช พล.ต.บัญชา ดุริยพันธ์ ผบช.มณฑลทหารบกที่ 37 (ค่ายเม็งรายมหาราช) นายนิพนธ์ จำนงค์สิริศักดิ์ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำคณะตรวจความคืบหน้าการพัฒนาการเกษตรตามหลักทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงภายในค่ายเม็งรายมหาราช จ.เชียงราย โดย พล.ต.บัญชา ได้เป็นประธานเปิดโครงการฝายทดน้ำถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิอดุลยเดช ณ ศูนยเรียนรู้ มทบ.37 โดยเป็นการเปิดใช้ฝายหมายเลข 5 ซึ่งเป็นหนึ่งในฝายที่ใช้ทดน้ำและเป็นแก้มลิงที่กระจายเพื่อการใช้น้ำภายในค่ายเม็งรายมหาราช เนื้อที่ประมาณ 2,000 ไร่และจากน้ำที่กระจายไปทั่วบริเวณดังกล่าวทำให้ทาง พล.ต.บัญชา สามารถพัฒนาพื้นที่ต่างๆ ภายในค่ายให้เป็นโครงการทางการเกษตรต่างๆ มากมายซึ่งสามารถเห็นถึงความแตกต่างของค่ายทหารในอดีตและการพัฒนาในปัจจุบันได้อย่างชัดเจน

 

9

ภายหลังทำพิธีเปิดฝายกั้นน้ำหมายเลข 5 ภายในค่ายแล้ว พล.ต.บัญชา ได้นำชมโครงการต่างๆ ภายในค่ายซึ่งเกิดจากการบริหารจัดการน้ำดังกล่าว เช่น โครงการเดินตามรอยพ่อ โครงการเกษตรปลอดภัย โครงการนาเกษตรอินทรีย์ โครงการเลี้ยงหมู แพะ ห่าน ไก่ ปลา กบ ฯลฯ โครงการปลูกหญ้าเนเปียร์ โครงการขายผักและอาหารราคาถูก ฯลฯ ซึ่งแต่ละแห่งมีการผันน้ำจากฝายต่างๆ ไปยังพื้นที่โครงการจนได้น้ำใช้อย่างเพียงพอแตกต่างในอดีตที่พื้นที่บางส่วนเป็นหญ้ารกและแห้งแล้งเพื่อน้ำไหลลงสู่แม่น้ำกกจนหมด ทั้งนี้ผลผลิตทั้งหมดมีการนำเป็นกองทุนกลางและเป็นรายได้ให้กับกำลังพลที่ทำการเกษตรรวมทั้งมีผลผลิตเพื่อการบริโภคได้เป็นอย่างดีด้วย
พล.ต.บัญชา กล่าวว่าค่ายเม็งรายมหาราชได้น้อมนำแนวเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลมาใช้เพื่อพัฒนาการเกษตรภายในและสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมชมโครงการ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ตนได้ขยายการพัฒนาเหมือนในปัจจุบัน โดยมีการการบริหารจัดการในการจัดสรรพื้นที่ต่างๆ ให้ลงตัวด้วยการแบ่งเป็นพื้นที่ทางการทหาร พื้นที่พักอาศัย พื้นที่เพื่อการพัฒนาการเกษตรดังกล่าว ฯลฯ และใช้หลักคิดตามแนวพระราชดำริในการคิดเป็นระบบเพื่อให้การพัฒนาสมบูรณ์แบบ เบื้องต้นคือการหาแหล่งน้ำก่อนเพราะถ้าไม่มีน้ำก็ไม่สามารถนำไปใช้เพื่อการเกษตรต่างๆ ได้ จึงได้สร้างฝายภายในแล้วจำนวน 6 แห่ง สามารถทำให้เกิดปริมาณน้ำได้กว่า 10,700 ลูกบาศก์เมตร และทดไปยังพื้นที่โครงการย่อยต่างๆ ดังกล่าว
พล.ต.บัญชา กล่าวอีกว่าปัจจุบันกำลังพลทหารได้ใช้ประโยชน์โดยนอกจากจะสามารถบริโภคเลี้ยงกำลังพลยังสร้างรายได้และได้ความรู้สามารถนำไปใช้เพื่อปลดประจำการไปแล้ว ประชาชนทั่วไปก็ได้ซื้อผลผลิตจากทหารในราคาถูก นอกจากนี้หน่วยงานองค์กรต่างๆ รวมถึงภาคประชาชนสามารถเข้าไปศึกษาดูงานเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ได้อีกด้วย.

แสดงความคิดเห็น

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.