รมช.คมนาคม ดันท่าเรือเชียงแสน เป็นแหล่งส่งออกสินค้า ระหว่างประเทศดึงเอกชนลงทุนร่วม

195

วันที่ 22 พ.ค.63 นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะเดินทางตรวจเยี่ยมด่านพรมแดนแม่สานแห่งที่ 2 เพื่อดูการส่งออกสินค้า จากนั้นได้เดินทางไปที่ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน อ.เชียงของ จ.เชียงราย ชายแดนไทย-สปป.ลาว เพื่อเดินทางโดยเรือล่องแม่น้ำโขง ไปที่ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสนแห่งที่ 2 ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน จ.เชียงรายโดยมีภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมกันหารือในการผลักดันทาาเรือพานิชย์เชียงแสน 2 ให้เป็นแหล่งส่งออก และนำเข้าสินค้าหลังจากปัจจุบันท่าเรือหลายแห่งในกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง 4 ชาติคือไทย สปป.ลาว เมียนมาและจีน มีการปิดดำเนินการโดยเฉพาะ สปป.ลาว ปิดพรมแดนเพื่อป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ท่าเรือของประเทศไทยได้เปิดให้มีการนำเข้าและส่งออกสินค้าที่ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสนแห่งที่ 2 ได้ ทำให้มีการส่งออกสินค้าไปยังท่าเรือบางแห่งที่เปิดรับสินค้าไทย เช่น ท่าเรือสบหรวย ประเทศเมียนมา

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ กล่าวว่าจากการดูผลประกอบการของท่าเรือแม่น้ำโขงที่ จ.เชียงราย พบว่ามีภาวะขาดทุนปีละ 4,000,000-5,000,000 บาท ทั้งๆ ที่มีศักยภาพสูงจึงเห็นว่าหากมีการบูรณาการกันทุกฝ่ายจะสามารถพัฒนาให้ดีกว่านี้ได้ โดยพบว่ามีพื้นที่โล่งประมาณ 30 ไร่ แต่กลับไม่ได้ใช้ประโยชน์ แนวทางการพัฒนาคือระดมภาครัฐและเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ให้สามารถเข้าไปลงทุนภายในสถานที่ของท่าเรือโดยมีการเปิดกว้างด้วยการไม่จำกัดเฉพาะธุรกิจด้านโลจิสติกส์หรือการค้าชายแดนเท่านั้น ซึ่งการดึงภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมเพราะอาจสามารถประสานกลุ่มทุนในเครือข่ายโดยเฉพาะจากประเทศจีนเข้าไปลงทุนโดยมีการคิดค้นจัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายใน และเมื่อเห็นผลเป็นรูปธรรมทางการท่าเรือแห่งประเทศไทยก็จะสามารถได้รับการสนับสนุนงบประมาณมาพัฒนาเพิ่มเติมได้ต่อไป

“แนวทางพัฒนาเบื้องต้นภาคเอกชนของ จ.เชียงราย ได้ขอให้มีการติดตั้งเครนยกสินค้าที่ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสนแห่งที่ 2 ด้วย เพราะที่ผ่านมาการขอรับการสนับสนุนงบประมาณไมได้เต็มที่เพราะผลประกอบการโดยเฉพาะปริมาณตู้สินค้าและกิจกรรมทางการค้าที่ท่าเรือยังไม่มากเพียงพอ แต่หากมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจดังกล่าวมากขึ้นการสนับสนุนก็จะสามารถทำได้โดยทางกระทรวงคมนาคมจะเป็นฝ่ายประสานกับกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อน เบื้องต้นจะมีการให้เช่าเครนมาให้บริการภาคเอกชนไปก่อนและจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาการพัฒนาในภาพรวมทั้งหมดจากนี้อนาคตก็จะมีการจัดซื้อเครนใหม่เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาท่าเรือทั้ง 2 แห่งนี้ต่อไป”รมช.คมนาคมกล่าว

น.ส.ผกายมาศ เวียร์รา รองประธานหอการค้า จ.เชียงราย กล่าวว่าปัจจุบันการจัดหาสินค้าเพื่อส่งออกไปยังประเทศลุ่มแม่น้ำโขงโดยเฉพาะจีนตอนใต้ทำกันแทบไม่ทัน เพราะตลาดมีความต้องการสินค้าประเภทผลไม้ ผัก อาหารแช่แข็ง ในปริมาณมาก แต่ใช้การส่งออกด้านอื่นแทนดังนั้นเนื่องจากท่าเรือพาณิชย์เชียงแสนถือเป็นศูนย์กลางการค้าลุ่มแม่น้ำโขงซึ่งหากพัฒนาระบบเครนก็จะดึงดูดให้มีการส่งออกด้านี้ได้มากและทำให้ปริมาณตูิสินค้าเพิ่มมากขั้นตามมาเอง

 

แสดงความคิดเห็น

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.