เชียงราย สกัดอาวุธสงคราม ปืนสั้นยาวรวม 26 กระบอก กระสุนอีก 46,375 นัด

338

ศุลกากรยึดอาวุธปืน สั้น 13 กระบอก ปืนยาวจำนวน 13 กระบอกพร้อมกระสุนปืนจำนวน 46,375 นัด ขณะทำการขนย้าย เจ้าหน้าที่เร่งสอบสวนหาที่มา รวมถึงปลายทางที่จะนำไปส่ง

เวลา 16.30 น.วันที่ 27 พ.ค.64 ที่ด่านศุลกากรแม่สาย จ.เชียงราย นายณรงค์ โรจนโสทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พล.ต.ต.ชินวิช วิชัยธนพัฒน์ ผู้บัคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย พ.อ.พักตร์พงษ์ เงสันเทียะ หัวหน้า กอ.รมน.เชียงราย พ.อ.ภูเบศ มาแก้ว รอง ผบ.ฉก.ม.3 กองกำลังผาเมือง พ.ต.อ.พิพัฒน์ นาระเดช ผกก.สภ.แม่สาย พ.ต.อ.ณัฐวุฒิแสงเดือน ผกก.ตม. เชียงราย นายออน อุ่นทวีทรัพย์ นายด่านศุลกากรแม่สาย ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม นายกวาว พอย ชาวเมียนมา และนางจ๋าม นามวงศ์ เป็นผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน (บัตรหัว 0 ) ชาวป่ายางใหม่ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย พร้อมด้วยของกลาง ปืนพกสั้นจำนวน 13 กระบอกปืนยาวจำนวน 13 กระบอกพร้อมกระสุนปืนจำนวน 46,375 นัด

โดยการจับกุมครั้งนี้ทางเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 10.30 น.วันที่ 27 พ.ค.64 ขณะที่เจ้าหน้าที่ศุลกากร แม่สาย นำโดย นายธนู อาทรหัวหน้าฝ่ายสืบสวนและปราบปรามพร้อมเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรแม่สายเจ้าหน้าที่ศุลกากรส่วนควบคุมทางศุลกากรสำนักงานศุลกากรภาคที่ 3 นำโดยนายอัศวิน อินทวิวัฒน์ นักวิชาการศุลกากรปฏิบัติการกับพวก ได้ทำการออกลาดตระเวนในพื้นที่รับผิดชอบพบนายกวาว พอย และนางจ๋าม นามวงศ์ กำลังขนถ่ายสินค้า รถตู้ยี่ห้อโตโยต้าสีขาวหมายเลขทะเบียน ผท 341 เชียงราย และรถกระบะสีบรอนซ์เงินหมายเลขทะเบียน ผก 6903 เชียงราย อยู่บริเวณถนนเทศบาล 13 ตำบลเวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ท่าทางมีพิรุธ

 

ทางเจ้าหน้าที่จึงเข้าแสดงตัวฯ และทำการตรวจสอบสินค้าในรถตู้คันดังกล่าวพบ ปืนพกสั้นจำนวน 13 กระบอกปืนยาวจำนวน 13 กระบอกพร้อมกระสุนปืนจำนวน 46,375 นัด รวมมูลค่าประมาณ 4 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ฯ จึงได้ทำการควบคุมตัวทั้งคู่พร้อมของกลางมาสอบสวน ที่ด่านศุลกากรแม่สาย พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สาย เจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ม.3 กองกำลังผาเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยนางจ๋ามให้การว่าได้ไปรับของกลางทั้งหมดมาจากบริเวณหลังห้างสรรสินค้าแห่งหนึ่งใน อ.แม่สาย โดยใช้ถกระบะสีบรอนซ์เงินหมายเลขทะเบียน ผก 6903 เชียงราย จากนั้นได้นัดหมาย นายกวาว ให้นำรถตู้ยี่ห้อโตโยต้าสีขาวหมายเลขทะเบียน ผท 341 เชียงราย มารับของที่จุดนัดหมาย เพื่อจะไปพักไว้เพื่อรอส่งต่อไปอีกทอดหนึ่ง ในเบื้องต้นได้แจ้งข้อหาว่า “ ช่วยซ่อนเร้นช่วยจำหน่ายช่วยพาเอาไปเสียซื้อรับจำนำหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนจึงรู้ว่าเป็นของเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 242 เป็นความผิดตามมาตรา 242 มาตรา 246 ประกอบมาตรา 252 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560 และพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิดดอกไม้ไฟและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490″ จากนั้นได้นำของกลางพร้อมผู้ต้องหาส่งสถานีตำรวจภูธรแม่สายดำเนินการสอบสวนและขยายผลต่อไป

แสดงความคิดเห็น

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.