เจ้าหน้าที่สกัดจับ รถหลบหนีด่านตรวจ พบคนร้ายมีหมายจับคดีความมั่นคง 13 หมาย

85

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2566 เวลา 13.20 น. ที่ผ่านมา ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรปะลุกาสาเมาะ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส จัดตั้งจุดตรวจบนทางหลวงหมายเลข 42 บริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธรปะลุกาสาเมาะ ได้ปรากฏรถยนต์เก๋ง จำนวน 1 คันแสดงอาการพิรุธไม่ยอมขับเข้าจุดตรวจ แต่ได้กลับรถบริเวณกลางถนนและขับหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดตามสกัดจับ ตรวจพบบุคคลภายในรถยนต์คันดังกล่าวเป็นชายจำนวน 5 คน ประกอบด้วย

1. นาย ซุฟยัน วาเต๊ะ อายุ 22 ปี ภูมิลำเนา ตำบลบ้านโหนด อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา
2. นาย อิบรอฮิม วาฮะ อายุ 41 ปี ภูมิลำเนา ตำบลเปียน อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา
3. นาย ซีฮาบุดดีน เปาะคะ อายุ 24 ปี ภูมิลำเนา ตำบลปะลุกาสาเมาะ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส
4. นาย ซูฮัยมี วาเต๊ะ อายุ 25 ปี ภูมิลำเนา ตำบลบ้านโหนด อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา
5. นาย อัซมัน เปาะเล๊าะ อายุ 28 ปี ภูมิลำเนา ตำบลลำไพล อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา

โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบว่า นาย อัซมันฯ เป็นบุคคลผู้มีหมายจับในคดีความมั่นคงจำนวน 13 หมาย ที่สำคัญได้แก่ ก่อเหตุลอบวางระเบิดและซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่ อส.ชุดคุ้มครองครูตำบลห้วยเต่า อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2562 เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 6 นาย , ก่อเหตุลอบวางระเบิดชาวบ้านหาปลาและเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2565 ทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์และเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสรวม 3 ราย และก่อเหตุลอบวางระเบิดขบวนรถไฟขนสินค้าสาย หาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์ เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2565 เป็นเหตุให้ขบวนรถไฟตกราง ตู้สินค้าได้รับความเสียหายจำนวนมาก รวมทั้งทำให้เจ้าหน้าที่การรถไฟที่เข้าไปกู้ซ่อมรางรถไฟถูกระเบิดซ้ำลูกที่สอง เสียชีวิตจำนวน 3 ราย ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจค้นภายในรถยนต์ของคนร้ายพบหลักฐานการจดบันทึกเฝ้าสังเกตุความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่รวมทั้งธงสัญลักษณ์ของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงจำนวนหนึ่ง จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยและคนร้ายไปยังศูนย์ซักถามในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อขยายผลต่อไป

ทั้งนี้ภายหลังทราบเหตุ พลโท ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานในศูนย์ซักถามปฏิบัติต่อบุคคลที่ถูกควบคุมตัวตามหลักกฎหมายและตามหลักมนุษยธรรมอย่างเคร่งครัด โดยทุกขั้นตอนต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้และต้องไม่กระทำการอันใดอันเป็นการละเมิดต่อหลักสิทธิมนุษยชนเป็นอันขาด

รวมทั้งหากพี่น้องประชาชนพบเห็นเบาะแสผู้กระทำผิด บุคคลที่มีพฤติกรรมต้องสงสัย สามารถโทรแจ้งได้ที่หน่วยงานความมั่นคง หรือหมายเลขสายตรง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า หมายเลข 1341 หรือหมายเลขโทรศัพท์สายตรงผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 หมายเลข 0611732999 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งขอเรียนให้ทราบว่าผู้ให้การสนับสนุนผู้กระทำผิดด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การนำพาซ่อนเร้น การให้การสนับสนุนที่พักพิง หรือการสนับสนุนเสบียงอาหาร จะมีความผิดตามกฎหมาย ป.วิอาญา มาตรา 189 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

แสดงความคิดเห็น

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.