เรื่องยาว ดราม่าใบสั่งไฟแดงทางเข้าโรงเรียน กว่า 500 ใบ ตำรวจชี้ต้องแก้ที่วินัยจราจร

1,026

หลังจากที่มีการโพสข้อความในโซเชียลมีเดียของผู้ปกครองและครูโรงเรียอนุบาลเชียงราย สันต้นเปา ได้รับใบสั่งของสถานีตำรวจทางหลวง 5 กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจทางหลวง พะเยา ในความผิด ข้อหาฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจรบนพื้นทางที่ออกตามกฏกระทรวงสำหรับการจราจรบนทางหลวง (พรบ. ทางหลวง ม.5(2), 69) ซึ่งมีผู้ปกครอง ครู และบุคลากรของโรงเรียน รวมกันกว่า 500 คน ได้รับใบสั่งจากกล้องวงจรปิด ที่บริเวณแยกกลางเวียง ซึ่งเป็นสามแยกไฟแดงก่อนเข้าโรงเรียนอนุบาลเชียงราย สันต้นเปา

oznor

โดยเส้นทางดังกล่าวเป็นทาง 2 ช่องจราจร และด้านซ้ายสุดได้ตีเส้นเขตปลอดภัย ซึ่งทางผู้ปกครองเมื่อมาจาก ต.บ้านดู่ เมื่อมาถึงจุดดังกล่าวก็จะชิดซ้ายมายังช่องที่มีการตีเส้นเขตปลอดภัย เพื่อจะเลี้ยวเข้าไปส่งบุตรหลานที่โรงเรียน แต่ก็พบว่าเป็นการกระทำผิด โดยกล้องวงจรปิดก็ได้บันทึกและส่งใบสั่งไปตามที่อยู่ตามทะเบียนรถเป็นจำนวนมาก บางรายมาส่ง และรับบุตรหลาน ก็ได้รับใบสั่งวันละ 2 ใบ ซึ่งค่าปรับใบละ 500 บาท จึงทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเหตการณ์ที่เกิดขึ้น และเรียกร้องให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวช่วยหาทางแก้ไขเพื่อเกิดความคล่องตัวในจุดดังกล่าว

oznor

โดยเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.62 ที่ผ่านมา นายสุวิทย์ บุษรากุล ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเชียงราย ก็ได้ส่งจดหมายขอความอนุเคราะห์ ในการยกเลิกการกวดขันจับกุมและอกใบสั่งจุดดังกล่าวเนื่องจากมีผู้ปกครอง ครู และบุคลากรของโรงเรียนอนุบาลเชียงราย จำนวนมากได้รับความเดือดร้อนจากจุดดังกล่าว เพราะส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเร่งด่วน ซึ่งมีปริมาณรถจำนวนมาก จึงขอให้ใช้ช่องทางดังกล่าวเพื่อเลี้ยวเข้าไปยังโรงเรียน

cof

ซึ่งทาง พ.ต.ต.เจต จึงประเสริฐศรี สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 5 กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ก็ได้ตอบจดหมายกลับมา โดยได้ชี้แจงว่า การออกแบบเครื่องหมายจราจรบนท้องถนนนั้นเพื่อเป็นความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน และป้องกันอุบัติเหตุ จึงต้องมีการบังคับใช้กฏหมาย อย่างไรก็ตามเหตุที่เกิดขึ้นนั้นทาง สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 5 กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ก็ได้แนะนำวิธ๊การแก้ไขปัญหาโดยให้เตรียมตัววางแผนก่อนออกเดินทาง ซึ่งช่องดังกล่าวเป็นเขตปลอดภัยมีไว้สำหรับให้คนเดินเท้าที่ข้ามทางหยุดรอ หรือให้คนที่ขึ้นหรือลงรถหยุดรอก่อน การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช้การให้ความอนุเคราะห์ผู้กระทำผิดแต่ควรเป็นการแก้ที่วินัยจราจรของผู้ขับขี่

อย่างไรก็ตามทาง สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 5 กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ก็ได้มีความคิดเห็นในการจัดให้มีเวทีพูดคุยทำความเข้าใจและร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในระยะยาวร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม ต่อไป

ของคุณภาพจากคุณ BurkCMI เว็ปไซด์ www.puntip.com

แสดงความคิดเห็น

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.