บินสำรวจหมอกควันเชียงรายไม่พบจุดฮอตสปอต ประสานเมียนมาควบคุมเผาป่า พร้อมให้ทหารลาดตระเวณตามชายแดนจับคนเผาป่า
เวลา 11.00 น.วันที่ 14 มี.ค.62 พ.อ.ชาตรี สงวนธรรม ผบ.ฉก.ม.2 กองกำลังผาเมือง ได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์เพื่อสำรวจการลักลอบเผาในพื้นที่ชายแดน จ.เชียงราย ในเขต อ.แม่ฟ้าหลวง และอ.แม่สาย หลังพบว่ามีปริมาณหมอกควันหนาแน่น และส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยสภาพอากาศทั่วไปใน จ.เชียงราย โดยเฉพาะตามตะเข็บชายแดนยังคงปกคลุมไปด้วยหมอกควันทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นมีประมาณ 3 กิโลเมตรเท่านั้น

โดยคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษที่ อ.แม่สาย ตรวจพบว่ามีปริมาณฝุ่นละอองและหมอกควันเล็กกว่า 2.5 ไมครอนในอากาศหรือหรือพีเอ็ม 2.5 จำนวน 198 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน หรือพีเอ็ม 10 จำนวน 240 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนในเขต อ.เมือง จ.เชียงราย ห่างจากชายแดนประมาณ 60 กิโลเมตร พบมีค่าพีเอ็ม 2.5 จำนวน 95 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และค่าพีเอ็ม 10 จำนวน 123 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในรอบ 4 วันนับตั้งแต่มีปริมาณฝุ่นละอองและหมอกควันเข้าเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ

โดยเมื่อคืนที่ผ่านมายังคงเกิดไฟไหม้บริเวณแนวตะเข็บชายแดนทั้งไทย-เมียนมา ด้าน อ.แม่ฟ้าหลวง และไทย-สปป.ลาว ด้าน อ.เทิง และ อ.เวียงแก่น ทางเจ้าหน้าที่ไฟผ่าดอยตุงและชาวบ้าน ต.แม่ฟ้าหลวง อ.แม่ฟ้าหลวง ได้เข้าทำการดับไฟที่บริเวณสันขายแดนตรงกันข้ามบ้านลิเซ ต.แม่ฟ้าหลวง โดยไฟได้โหมลุกไหม้ในป่าละเมาะเขตฝั่งประเทศเพื่อนบ้านซึ่งเป็นภูเขาสูงชันเป็นบริเวณกว้าง ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ได้เข้าสกัดกั้นเพื่อไม่ให้ไฟลุกลามเข้าสู่เขตประเทศไทยตลอดทั้งคืน ขณะที่ด้าน อ.เทิง และ อ.เวียงแก่น เกิดการเผาไหม้เล็กน้อยเป็นบางช่วงซึ่งเจ้าหน้าที่และชาวบ้านสามารถเข้าไปดับได้ทันเป็นส่วนใหญ่


Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.