เมียนมารับปากร่วมมือแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน และโรคติดต่อโควิด 19

497

วันที่ 18 มี.ค.63 สถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ได้ปกคลุมพื้นที่ทั่วทั้งจังหวัดเชียงราย โดยพบค่าฝุ่นละออง PM 2.5 สูงเกินกว่ามาตรฐาน 7-8 เท่า ติดต่อกันมานานกว่า 8 วัน ซึ่งพบว่าหมอกควันดังกล่าวพบว่าส่วนใหญ่เกิดจากการเผาป่าในพื้นที่จังหวัดข้างเคียง และจากประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งเมียนมา-สปป.ลาว โดยลมจากทิศตะวันตก และทิศใต้ ได้พัดพากลุ่มหมอกควันจากพื้นที่จังหวัดด้านตะวันตก และด้านใต้เข้ามาสะสมในพื้นที่จังหวัดเชียงรายซึ่งมีภูมิประเทศเป็นแอ่งกระทะทำให้ปริมาณค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กและค่าคุณภาพอากาศของจังหวัดเชียงราย เพิ่มสูงขึ้น

โดย ว่าที่ ร้อยตรี ณรงค์ โรจนโสทร รอง ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พ.อ.สุพรรณ ร้อยพุทธ รอง เสธ.กกล. พ.อ.พศิน แสงคำ รอง ผอ.กอ.รมน.เชียงราย นายสมศักดิ์ คณาคำ นายอำเภอแม่สาย พร้อมด้วย ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนภาคเอกชน เดินทางไปกลางสะพานด่านพรมแดน ไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 อำเภอแม่สาย เข้ายื่นหนังสือบันทึกข้อตกลงต่อ นายหม่องหม่องไหน่ รอง ผวจ.ท่าขี้เหล็ก เมียนมา โดยขอความร่วมมือในการแก้ปัญหาไฟป่าหมอกควัน ขอให้หยุดการเผาป่าในพื้นที่ฝั่งเมียนมา โดยฝ่ายไทยเสนอให้เจ้าหน้าที่กองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน ภาคเหนือ กองทัพภาค ที่มีตั้งส่วนแยกที่อำเภอแม่สาย และชุดเหยี่ยวไฟป่าไม้ พร้อมให้ความช่วยเหลือ ในการวางแผนป้องกันการเผาป่า การดับไฟป่า หากทางการเมียนมาร้องขอให้ช่วย ซึ่งทางการฝ่ายเมียนมาได้ตอบรับและยินดีจะร่วมมือกันวางแผนสกัดกั้นการเผาป่าโดยเร็ว เพื่อลดผลกระทบทางสังคม เศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวชายแดนทั้ง 2 ประเทศ โดยทางรองผู้ว่าท่าขี้เหล็กยังได้ส่งผลการปฏิบัติงานป้องกันไฟป่าและหมอกควันให้กับจังหวัดเชียงราย

จากนั้นได้มีการใช้รถดับเพลิงทำการฉีดน้ำพ่นขึ้นบนอากาศ และเปิดกิจกรรมความร่วมมือฯ บริเวณหน้าด่านพรมแดน ย่านการค้าไปตามถนนพหลโยธิน ถึงหน้ามูลนิธิกวงเม็ง เป็นระยะทางยาว 2 กม. เพื่อลดฝุ่นละออง และสร้างความชุ่มชื่นในอากาศบนความร่วมมือและมิตรภาพ

ด้าน นางสาวผกายมาศ เวียร์รา รองประธานหอการค้าจังวัดเชียงราย กล่าวว่า จากผลกระทบของโรคระบาดไวรัสโควิด 19 ในขณะนี้ โดยรวมเป็นเรื่องที่ดีที่ทางรัฐบาลได้กำหนดเลื่อนวันหยุดสงกรานต์ออกไป เพื่อไม่ให้ผู้ใช้แรงงานต่างด้าวกลับภูมิลำเนา ยอมรับว่าเป็นกรณีที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและเป็นกรณีพิเศษสอดคล้องกับรัฐบาลไทย และรัฐบาลเมียรมา ที่มีการระมัดระวังในเรื่องของการป้องกันโรคติดต่อไวรัสโควิด 19 ยกเลิกการจัดเทศกาลสงกรานต์ และฝั่งทางเมียรมาก็ยกเลิกประเพณีสงกรานต์ทั้งหมด และประเพณีต่างๆก็ยกเลิกเช่นกัน โดยทางการไทยก็ได้แจ้งให้แรงงานที่จะกลับบ้านได้มีการชะลอการกลับบ้าน ให้เปลี่ยนวันกลับใหม่ ซึ่งภาพรวมแล้วเป็นสิ่งที่ดีเพราะปัญหาโรคโควิด 19 เป็นปัญหาระดับโลกไม่ใช่ปัญหาระดับประเทศ หรือระดับท้องถิ่น สำหรับการชะลอคนเข้ามาย่านพรมแดนในห้วงนี้เป็นสิ่งที่ดีและก็ต้องยอมรับกับสถานการณ์เหล่านี้ และผลกระทบนั้นคิดว่าไม่มากเท่าไหร่

แสดงความคิดเห็น

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.