พบผู้ป่วยโควิด-19 คนแรกที่เชียงราย ไม่แสดงอาการ

1,856

เวลา 15.00 น.วันที่ 21 มี.ค.63 ที่ห้องประชุมกาสะลองคำ สำนักงานสาธารณสุข จ.เชียงราย นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.เชียงราย นายภาสกร บุญญลักษม์ รองผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาไวรัสโควิด-19 จ.เชียงราย นายแพทย์ทศเทพ บุญทอง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย และนายแพทย์ไชยเวช ธนไพศาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ร่วมกันแถลงการพบผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายแรกของ จ.เชียงราย โดยระบุว่าระหว่างวันที่ 7-20 มี.ค.มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังจำนวน 66 ราย หายป่วยแล้วกลับบ้านแล้วจำนวน 61 ราย กำลังรักษาตัวอยู่จำนวน 5 ราย ล่าสุดผลการยืนยันว่าพบผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้วจำนวน 1 ราย ผลตรวจจากห้องแล็ประบุเมื่อวันที่ 19 มี.ค.เวลา 23.00 น.และยืนยันผลวันที่ 20 มี.ค.โดยผู้ป่วยเป็นชายอายุ 35 ปี

 

นายประจญ กล่าวว่าที่ผ่านมาทางจังหวัดได้ออกมาตรการเพื่อป้องกันโรคดังกล่าว ซึ่งก็พบว่าในรายกลุ่มผู้เดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศแล้วกลับภูมิลำเนาใช้การกักตัวเวลา 14 วัน ซึ่งหลายคนก็พ้นระยะเวลาไปแล้วและยังไม่พบผู้ป่วย สำหรับรายล่าสุดนี้อยู่นอกเกณฑ์เพราะไม่ได้ไปทำงานที่ต่างประเทศแต่กลับจากกรุงเทพฯ แต่เมื่อกลับมาแล้วกลับไปตรวจหาเชื้อด้วยตัวเองแล้วพบการติดเชื้อ ปัจจุบันทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามมาตรฐานโดยขยายผลเพื่อสกัดกั้นการแพร่กระจายของโรคออกไปแล้ว ขณะเดียวกันมาตรการอื่นๆ ก็ดำเนินไปอย่างเข้มข้นโดยมีการปิดจุดผ่านแดนถาวร จุดผ่อนปรนและช่องทางธรรมชาติที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านคือเมียนมาและ สปป.ลาว จนเหลือเพียง 2 จุดที่ อ.แม่สาย และ อ.เชียงของ เท่านั้น

 

 

ด้านนายภาสกร กล่าวว่าที่ผ่านมาได้ประกาศมาตรการไปแล้ว 3 ฉบับ และ 1 คำสั่ง โดยมีการปิดจุดผ่านแดนถาวรที่มีจำนวน 6 จุดให้เหลือเพียง 2 จุดดังกล่าว ปิดสถานบันเทิง สถานที่ที่สุ่มเสี่ยง ยกเลิกกิจกรรมที่มีความเสี่ยง เช่น ถนนคนเดิน แต่ยังคงให้เปิดตลาดสดทั่วไปได้ซึ่งมาตรการปิดจะใช้ระยะเวลา 14 วันแล้วค่อยประเมินสถานการณ์ และหลังจากพบผู้ป่วยรายแรกก็ได้ให้ทุกอำเภอ ตำบลและหมู่บ้านให้เอ๊กซเรย์พื้นที่ของตัวเองซ้ำอีกรอบอย่างเข้มงวดด้วยแล้ว

 

ด้านนายแพทย์ทศเทพ กล่าวว่าผู้ป่วยรายแรกมีภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.เทิง เมื่อพบเชื้อแล้วจึงประวัติทราบว่าได้เดินทางไปยังบ่อนคาสิโนที่เมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา จากนั้นไปยังสถานบันเทิงย่านทองหล่อ กรุงเทพฯ ก่อนจะเดินทางกลับ จ.เชียงราย ทางเครื่องบินถึงเมื่อวันที่ 7 มี.ค. นอกจากนี้ได้ไปร่วมงานบวชในพื้นที่ด้วยแต่อาจไม่เข้านิยามการสัมผัสหากไม่อยู่ในระยะ 1 เมตร จากนั้นผู้ป่วยก็ไม่ได้มีอาการใดๆ แต่ได้ไปตรวจร่างกายเองเมื่อวันที่ 16 มี.ค.จนพบว่าติดเชื้อดังกล่าวและกระทั่งจนถึงปัจจุบันก็ไม่มีไข้และไม่มีอาการไอใดๆ เลย ดังนั้นแหล่งที่มาของเชื้อจึงไม่ทราบว่ามาจากแหล่งใดชัดเจน แต่เป็นที่น่าสังเกตุว่าแหล่งโรคที่ย่านทองหล่อ กรุงเทพฯ นั้นจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการน้อยมากจึงแนะนำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับย่านดังกล่าวได้ไปพบเจ้าหน้าที่สาธาารณสุขเพื่อตรวจดูเชื้อเหมือนรายนี้ด้วย

 

“สำหรับผู้ป่วยรายแรกนี้ได้มีการสืบสวนกิจกรรมของเขาตั้งแต่วันที่เข้ามาถึง จ.เชียงราย วันที่ 7-20 มี.ค.แล้ว พบมีผู้ใกล้ชิดที่เป็นกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจำนวน 10 รายซึ่งได้เก็บตัวอย่างไปตรวจได้ผลเป็นลบจำนวน 9 ราย และรอผลยืนยันอีก 1 รายโดยผลจะออกมามาในวันที่ 22 มี.ค.นี้ ส่วนกลุ่มที่มีความเสี่ยงน้อยจากการสืบสวนตลอดระยะเวลาดังกล่าวรวมไปถึงช่วงไปร่วมงนบวชก็พบมีจำนวน 20 ราย ซึ่งได้ใช้วิธีการกักตัวดูอาการเป็นเวลา 14 วันเช่นเดียวกับกลุ่มผู้ที่มีความเสียงสัมผัสสูงที่ผ่านการตรวจก็ให้มีการกักตัวเป็นเวลา 14 วันเพื่อความแน่นอนแล้วเช่นกัน”นายแพทย์ทศเทพ กล่าว

 

นายแพทย์ไชยเวช กล่าวว่าปัจจุบันโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์มีผู้ป่วยวันละประมาณ 800 คน ดังนั้นตั้งแต่วันจันทร์ที่ 23 มี.ค.นี้จะให้ผู้ป่วยอายุ 70 ปีขึ้นไปที่มีนัดกับแพทย์ได้ใช้การถามอาการทางโทรศัพท์และจัดส่งยาไปส่งให้ที่บ้านแทน รวมทั้งระวังการรักษาเกี่ยวกับฟันที่เกิดการฟุ้งกระจายของโรคได้ง่ายด้วย ส่วนการรักษาผู้ป่วยรายแรกนั้นเป็นไปตามมาตรฐานโดยพบว่าผู้ป่วยโรคไวรัสโควิด-19 ทั่วไปจะใช้การรักษาตามอาการและหายเอง 80% และจะมีไม่เกิน 5% ที่อาการรุนแรงและต้องใช้ยาที่ผลิตจากประเทศจีนและญี่ปุ่นซึ่งปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขมีรองรับไว้อยู่แล้ว

แสดงความคิดเห็น

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.