3 ย่านวัฒนธรรม ‘เมืองหละปูน’ จากอดีตสู่การปรับตัวในโลกยุคใหม่

1,303

หากเอ่ยถึง “จังหวัดลำพูน” หรือ “เมืองหละปูน” นอกเหนือจากภาพจำของเมืองสงบ ศิลปวัฒนธรรมล้านนาอันเก่าแก่ และกลิ่นอายของประวัติศาสตร์จามเทวีแล้ว ในมิติของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและการอนุรักษ์พื้นที่เมืองเก่า ลำพูนถือเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีความน่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตอำเภอเมืองลำพูน ที่มีการผลักดันและเชื่อมร้อย “3 ย่านวัฒนธรรมชุมชน” ให้กลายเป็นทั้งแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และพื้นที่สร้างรายได้ของคนในท้องถิ่น
จะพาลงพื้นที่สำรวจและเจาะลึกอัตลักษณ์ของทั้ง 3 ย่าน เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของชุมชน จากอดีตจนถึงปัจจุบัน
1. ย่านขัวมุง (ท่าสิงห์): จากประตูเมืองสู่ ‘กาดสะพาน’ ศูนย์กลางสินค้าชุมชน
จุดแรกที่ถือเป็นแลนด์มาร์กสำคัญและประตูต้อนรับผู้มาเยือนคือ “ย่านขัวมุง” ซึ่งตั้งอยู่บริเวณท่าสิงห์ หน้าวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร
จากการตรวจสอบข้อมูลทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่นพบว่า เดิมทีพื้นที่บริเวณนี้คือ “ทางสัญจรประตูท่าสิงห์” ที่ผู้คนใช้สัญจรข้ามแม่น้ำกวง ทว่าจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อมีการปรับปรุงภูมิทัศน์และสร้าง “หลังคา” มุงทับสะพาน โครงสร้างทางกายภาพที่เปลี่ยนไปนี้ส่งผลให้ชาวบ้านในพื้นที่เริ่มเข้ามาใช้ประโยชน์ในการนั่งพักผ่อนหย่อนใจ หนีแดดหลบฝน ก่อนจะพัฒนาไปสู่การนำสินค้าพื้นเมืองและผลผลิตทางการเกษตรมาแลกเปลี่ยนซื้อขายกัน
ปัจจุบัน “ขัวมุงท่าสิงห์” ไม่ได้เป็นเพียงแค่สะพานข้ามแม่น้ำ แต่ได้ยกระดับกลายเป็น “ตลาดขัวมุง” แหล่งรวมสินค้าโอทอป ผ้าฝ้ายทอมือ และของฝากขึ้นชื่อของจังหวัด ซึ่งถือเป็นโมเดลการเปลี่ยนพื้นที่สาธารณะ (Public Space) ให้กลายเป็นพื้นที่ทางเศรษฐกิจของชุมชนได้อย่างลงตัว
2. ย่านเมืองเก่าลำพูน (ถนนอินทยงยศ): ศูนย์กลางความทรงจำและย่านเศรษฐกิจยุคคลาสสิก
ขยับเข้ามาสู่ใจกลางเมืองตามแนว “ถนนอินทยงยศ” ซึ่งเปรียบเสมือนกระดูกสันหลังทางวัฒนธรรมของเมืองเก่าลำพูน ย่านนี้ครอบคลุมพื้นที่ของ 3 ชุมชนเข้มแข็ง ได้แก่ ชุมชนศรีบุญเรือง ชุมชนชัยมงคล และชุมชนมหาวัน

บันทึกประวัติศาสตร์ย่านอินทยงยศในอดีตย่านนี้คือความโมเดิร์นและศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ของคนหละปูน เป็นแหล่งรวมร้านตัดเย็บเสื้อผ้าระดับฝีมือ ห้องภาพถ่ายโบราณ โรงทอผ้า สปอร์ตคลับ และที่น่าสนใจคือเป็น “กองประกวดนางงาม” แหล่งรวมหญิงงามของภาคเหนือในยุคก่อน
นอกจากนี้ ย่านดังกล่า Famously ยังเป็นที่ตั้งของ “ศาลากลางจังหวัดหลังเก่า” ซึ่งในอดีตคือศูนย์กลางอำนาจรัฐและการบริหารราชการแผ่นดิน แม้ปัจจุบันบทบาททางราชการจะลดลง แต่ตัวอาคารและสิ่งปลูกสร้างอันทรงคุณค่ายังถูกรักษาไว้ในฐานะ “พื้นที่แห่งความทรงจำ” ของคนลำพูนแต่ละยุคสมัย และกลายเป็นพื้นที่กลางในการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมระดับจังหวัดจนถึงปัจจุบัน
3. ย่านหัตถศิลป์ (สันป่ายางหลวง) การปะทะสังสรรค์ระหว่างทุนเก่ากับเศรษฐกิจสร้างสรรค์
ย่านสุดท้ายที่มีความโดดเด่นไม่แพ้กันคือ “ย่านหัตถศิลป์ (สันป่ายางหลวง)” พื้นที่นี้สะท้อนภาพการปรับตัวของชุมชนดั้งเดิมเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ได้อย่างเด่นชัดที่สุด
จากการเดินสำรวจพบว่า โครงสร้างทางสถาปัตยกรรมของบ้านเรือนและอาคารเก่าในย่านนี้ยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี โดยมี “วัดสันป่ายางหลวง” วัดเก่าแก่ที่มีพุทธศิลป์งดงามเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชุมชน ขณะเดียวกัน พื้นที่นี้ยังเป็นที่ตั้งของสำนักงานเทศบาลเมืองลำพูน ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่น
ความน่าสนใจของย่านสันป่ายางหลวงในปัจจุบัน คือการเกิดใหม่ของ ร้านค้า ร้านอาหาร และคาเฟ่ชิคๆ ของคนรุ่นใหม่ ทว่าร้านเหล่านี้ไม่ได้ทำลายรากเหง้าดั้งเดิม แต่เลือกที่จะนำสิ่งปลูกสร้างที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษมาทำการ “Re-use” ประยุกต์และพัฒนาให้เกิดฟังก์ชันใหม่
นอกจากนี้ บริเวณ “ตลาดข้างเทศบาลเมืองลำพูน” ยังทำหน้าที่เป็นเซฟตี้เน็ต ทางเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยเปิดโอกาสให้คนในชุมชนนำผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์ท้องถิ่น อาหาร ขนมพื้นบ้าน และพืชผักทางการเกษตรมาวางจำหน่ายโดยตรง ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ช่วยกระจายรายได้สู่ครัวเรือนอย่างแท้จริง

แสดงความคิดเห็น

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.