เปิดเวทีถกหาแหล่งน้ำดิบใหม่ทดแทนแม่น้ำกก–สาย–รวก–โขง หลังเผชิญปัญหาปนเปื้อน

2,512

วันที่ 19 กรกฎาคม 2569 เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง จัดเวทีเสวนาในหัวข้อ “คนเชียงรายต้องการแหล่งน้ำผลิตน้ำประปาแห่งใหม่ทดแทนแม่น้ำกก สาย รวก โขง ปนเปื้อน”  ในส่วนของการจัดหาแหล่งน้ำผลิตน้ำประปาแห่งใหม่ทดแทนแม่น้ำกก นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ได้หาแนวทางการจัดหาแหล่งน้ำดิบสำรองเป็นส่วนหนึ่งของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างเทศบาลนครเชียงราย จังหวัดเชียงราย การประปาส่วนภูมิภาคโครงการชลประทานจังหวัดเชียงราย เพื่อเตรียมรับมือทั้งปัญหาน้ำท่วม การขาดน้ำสะอาด และปัญหาการปนเปื้อนของสารโลหะหนักในแม่น้ำกก รวมถึงบทเรียนจากเหตุอุทกภัยปี 2567 ทำให้จังหวัดเชียงรายต้องเร่งวางแผนด้านความมั่นคงทางน้ำในระยะยาว

โดยเทศบาลนครเชียงรายได้ศึกษาความเป็นไปได้ในการย้ายแหล่งผลิตน้ำประปาไปยังบริเวณฝายแม่ลาว ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 20–30 กิโลเมตร เนื่องจากมีปริมาณน้ำเพียงพอตลอดปีและได้รับการสนับสนุนจากอ่างเก็บน้ำในพื้นที่อำเภอแม่สรวยและอำเภอเวียงป่าเป้า  นายวันชัย กล่าวว่า แนวทางดังกล่าวจะช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้น้ำในแม่น้ำกก เพิ่มกำลังการผลิตน้ำประปา และรองรับความต้องการใช้น้ำของประชาชนในเขตเทศบาลนครเชียงราย รวมถึงพื้นที่อำเภอพาน อำเภอแม่ลาว และอำเภอเวียงชัย โดยโครงการได้รับการสนับสนุนจากผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายและรัฐบาล คาดว่าจะสามารถจัดซื้อจัดจ้างได้ภายในปลายปีนี้ และก่อสร้างแล้วเสร็จภายในระยะเวลา 1–2 ปี

การดำเนินโครงการครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการจัดหาแหล่งน้ำดิบสำรองเพื่อการผลิตน้ำประปาเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในภาพรวม โดยมีการศึกษาร่วมกับกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบในทุกมิติ และกำหนดแนวทางบริหารจัดการน้ำอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน เกษตรกร และผู้ใช้น้ำเพื่อการเกษตร พร้อมสร้างสมดุลระหว่างการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน

นายอภิศักดิ์ สวัสดิรักษ์ ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาค สาขาเชียงราย กล่าวว่า การประปาส่วนภูมิภาคจำเป็นต้องมีแหล่งน้ำดิบที่มีปริมาณเพียงพอและมั่นคงตลอดปี โดยจากการสำรวจพบว่าแหล่งน้ำหลายแห่งในจังหวัดเชียงรายมีข้อจำกัด โดยเฉพาะช่วงฤดูแล้ง ขณะที่ฝายไชยสมบัติในแม่น้ำลาวมีปริมาณน้ำไม่เพียงพอรองรับกำลังการผลิตน้ำประปาที่ต้องใช้น้ำดิบประมาณ 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง

จากการศึกษาร่วมกับกรมชลประทาน พบว่าบริเวณฝายแม่ลาวมีศักยภาพด้านปริมาณน้ำมากกว่า และสามารถพัฒนาเป็นแหล่งน้ำดิบแห่งใหม่ได้ อย่างไรก็ตาม ยังต้องศึกษารายละเอียดด้านวิศวกรรม สิ่งแวดล้อม และผลกระทบในทุกมิติก่อนดำเนินโครงการ  ภายหลังการเสวนา เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง ได้ยื่นแถลงการณ์ถึงรัฐบาล เสนอข้อเรียกร้องสำคัญ 5 ประการ โดย นางเตือนใจ ดีเทศน์ (ครูแดง) อดีต ส.ว.เชียงราย ได้กล่าวถึงเรื่องที่ส่งต่อไปยังรัฐบาล คือ ให้นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่รับฟังปัญหาและประกาศเป็นวาระแห่งชาติ เร่งจัดหาแหล่งน้ำผลิตน้ำประปาที่ปลอดภัย แก้ไขปัญหาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร ฟื้นฟูและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และผลักดันการแก้ไขปัญหาผ่านกลไกระหว่างประเทศตามหลัก “ผู้ก่อมลพิษต้องเป็นผู้จ่าย” พร้อมเสนอให้พิจารณายุติการนำเข้าแร่สำคัญจากเมียนมา และการส่งออกเครื่องจักรหรือสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับการทำเหมือง เพื่อเพิ่มอำนาจการเจรจาแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ

นอกจากนี้ ยังเสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการร่วมระดับชาติ โดยมีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และภาคประชาสังคม เพื่อกำหนดนโยบาย ติดตามการแก้ไขปัญหา และจัดสรรงบประมาณจากงบกลางให้จังหวัดเชียงรายใช้ในการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และติดตามสถานการณ์การปนเปื้อนในแม่น้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำและคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

 

แสดงความคิดเห็น

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.