จับทนายขนไอซ์ล็อตมหึมา 800 กิโล คาดเตรียมส่งไปประเทศที่ 3 ด้าน

2

เวลา 15.30 น.วันที่ 29 พ.ค.61 ที่ลานภักดีภูมิ ภ.จว.เชียงราย พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง รอง ผบช.ภ.5 พ.ต.อ.วิรัช สุมนาพันธ์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย และ พ.อ.สุวิทย์ วังยาว รอง ผบ.มณฑลทหารบกที่ 37 และ พ.อ.กิดากร จันทรา ผบ.ฉก.ม.3 กองกำลังผาเมือง สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ร่วมแถลง ข่าวจากการจับกุมคดียาเสพติดประเภทยาไอซ์จำนวน 860 กิโลกรัม เมื่อเวลา 03.00 น.ที่ผ่านมา

 

โดยการจับกุมครั้งนี้ทาง บก.สส.ภ.5 และ กก.สส.ภ.จว.เชียงราย ได้สนธิกำลังบูรณาการด้านการข่าวจนสืบทราบจะมีการลักลอบขนยาเสพติดจำนวนมาก ใช้เส้นทางถนนสายเทิง-เชียงราย จึงได้ออกติดตามหา ข่าวกระทั่งเจ้าหน้าที่ตรวจพบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ไม่มีแผ่นดินป้ายทะเบียน ขับมุ่งหน้าจะเข้า อ.เมืองเชียงราย ตรงเชิงสะพานข้ามแม่น้ำลาว หน้าตลาดท่าสาย ต.ท่าสาย อ.เมืองเชียงราย จึงเข้าสกัด เอาไว้พบภายในรถมีคนขับเป็นหญิงชื่อว่า น.ส.ชญาดา ชัยแว่นแควัน อายุ 29 ปี บ้านเลขที่ 101/1 หมู่ 11 ต.ป่าแป๋ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ โดยอยู่ในรถตามลำพัง เมื่อตรวจสอบที่หลังรถพบออกแบบเป็นห้องเย็น บรรทุกสินค้าแต่เมื่อเปิดดูพบกระเป๋าเป้าสีเขียววางอยู่จำนวน 32 ใบ ภายในมียาเสพติดประเภทยาไอซ์ชนิดเกล็ดสีขาว บรรจุในถุงพลาสติกน้ำหนักรวมกันทั้งหมดประมาณ 860 กิโลกรัม จึงได้ควบคุมตัว น.ส .ชญาดา พร้อมของกลางเอาไว้

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีดำ ติดหมายเลขทะเบียน 5 กข 1759 กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นรถขับนำหน้าเพื่อดูต้นทามง เจ้าหน้าที่จึงออกไล่ติดตามไปจนถึงบริเวณป่าช้าบ้านสองแคว ต.ธารทอง อ.พาน แต่คนขับจอรถแล้ววิ่งหลบหนีไปได้ จากการสอบสวน น.ส.ชญาดา และชายที่กำลังหลบหนีทราบว่ามีอาชีพเป็นทนายความ ทราบชื่อและที่อยู่แล้วว่าเป็นชาว ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ ซึ่งอยู่ ระหว่างติดตามจับกุม เบื้องต้น น.ส.ชญาดา รับสารภาพว่าได้ร่วมกับพวกที่หลบหนีลำเลียงยาเสพติดมาจากทาง อ.เทิง เพื่อมุ่งหน้าจะไป จ.เชียงใหม่

 

พล.ต.ท.พูลทรัพย์ กล่าวว่าคดีนี้พบว่าฝ่ายหญิงซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์เป็นคนขับรถยนต์กระบะที่ขนของกลางมาเพียงลำพังคนเดียวส่วนผู้ชายเป็นคนขับรถนำโดยเจ้าหน้าที่ทราบข้อมูลหมดแล้วจึงอยู่ระหว่างขอ อนุมัติหมายจับเพื่อติดตามจับกุมต่อไป สำหรับอาชีพของทั้ง 2 คนนั้นถือว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับวิชาชีพนี้ในภาพรวมเพราะทุกอาชีพก็มีทั้งคนดีและไม่ดีโดยส่วนใหญ่จะเป็นคนดีไม่เช่นนั้นสังคมก็อยู่ไมได้จึงขอให้เข้า ใจพร้อมกันด้วย

 

พล.ต.ต.ภาณุเดช กล่าวว่ายาเสพติดชุดนี้ยังคงเลี่ยงถนนสายหลักและพื้นที่ชายแดนติดกับประเทศเมียนมา แต่อ้อมข้ามไปประเทศเพื่อนบ้านฝั่งทิศตะวันออกจากนั้นนำข้ามแม่น้ำโขงเข้ามาทาง อ.เวียงแก่น จ .เชียงราย และลักลอบขนมาตามถนนสายรองเพื่อจะนำไปส่งที่ จ.เชียงใหม่ แต่ปลายทางที่แท้จริงนั้นคาดว่าจะเป็นตลาดต่างประเทศเพราะเป็นการบรรจุในถุงพลาสติกใสและบรรจุในกระเป๋าเป้อย่างดีไม่เหมือน ที่ผ่านๆ มาซึ่งมักจะนำใส่ถุงใบชาสูญญากาศที่อยู่ในกระสอบฟาง ส่วนกลุ่มที่ผลิตนั้นจะได้ให้ทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ได้ช่วยไปตรวจสอบจากพัสดุภัณฑ์และตัวยาเสพติดต่อไป

แสดงความคิดเห็น

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.