เชียงราย ญาติเสียใจแรงงานไทยชาวเชียงราย เสียชีวิต 2 คน ในอิสราเอล

158

วันที่ 10 ต.ค.66 นางสุภาเพ็ญ ศิริมาตย์ นายกเหล่ากาชาด จ.เชียงราย ได้เดินทางไปพบปะกับญาติ ของนายดัว แซ่ย่าง อายุ 35 ปี และนายสมชาย แซ่ย่าง อายุ 26 ปี ที่หมู่บ้านเวียงราชพลีหรือเวียงคำฟ้าซึ่งเป็นสาขาของหมู่บ้านปาสักงาม หมู 9 ต.ดงมหาวัน อ.เวียงเชียงรุ้ง เพื่อให้กำลังใจหลังจากทั้ง 2 ครอบครัว หลังทั้ง 2 คน เดินทางไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลและได้รับแจ้งข่าวว่าได้เสียชีวิต จากการโจมตีโดยกองกำลังฮาบาสเมื่อวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยบางคนเพื่อนร่วมงานได้แจ้งอย่างไม่เป็นทางการว่าทั้งคู่ได้เสียชีวิตแล้วจากเหตุการณ์โจมตีดังกล่าว

นางสาวอรัชพร แซ่จ๊ะ อายุ 34 ปี ภรรยาของ นายดัว กล่าวว่า สามมีของตนได้เดินทางไปทำงานยังประเทศอิสราเอล กับเพื่อนในหมู่บ้านอีกหลายคน ซึ่งได้สมัครไปทำงานกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงราย โดยไปทำงานเกษตรกรรม ปลูกผักผลไม้และเลี้ยงสัตว์ประเภทวัว มีสัญญาจ้างงาน 5 ปี ซึ่งกำลังทำงานมาได้ประมาณ 2 ปีกับอีก 6 เดือน ก็มาเกิดเหตุ ทีแรกที่คิดว่าสามีปลอดภัยเพราะก่อนเกิดเหตุก็ยังพูดคุยกันผ่านทางโทรศัพท์ โดยสามีแจ้งว่ามีเหตุปะทะกันแต่พวกตนปลอดภัยดี แต่หลังจากวันนั้นก็ไม่สามารถติตต่อได้ และมีการแชร์รูปภาพผู้เสียชีวิตในทางโซเชียลว่ามีแรงงานภาคอีสานถูกโจมตี แต่เสื้อผ้าและรูปร่างคล้ายสามีมาก เมื่อตรวจแล้วพบว่าไม่ใช่แรงงานทางภาคสีสาน จึงประสานเพื่อนร่วมงานที่หลบหนีมาได้ปลอดภัยช่วยตรวจสอบ จึงทราบว่าสามีได้เสียชีวิตจากเหตุยิงถล่มและเผา แต่ไม่สามารถบันทึกภาพออกมาได้ และศพยังอยู่ในที่เกิดเหตุ ไม่มีใครสามารถนำออกมาได้เพราะยังมีการปะทะกันอยู่ พอทราบข่าวเช่นนี้รู้สึกเสียใจมาก เพราะสามีเป็นเสาหลักของครอบครัว เมื่อขาดไปครอบครัวจะลำบากมากเพราะมีลูกถึง 3 คน ซึ่งอยากให้ทางภาครัฐเร่งตรวจสอบว่าสามีเสียชีวิตจริงหรือไม่ หากจริงก็อยากให้เร่งนำศพของสามีกลับมายังบ้านเกิดเพื่อจะได้เห็นหน้าเป็นครั้งสุดท้ายและบำเพ็ญกุศลตามประเพณี และอยากให้เข้ามาช่วยเหลือครอบครัวด้วย

นางอารีย์ อายุ 24 ปี ภรรยาของนายสมชาย กล่าว ว่าได้คุยโทรศัพท์กับสามีครั้งสุดท้ายในวันเกิดเหตุโดยเขาบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงเพราะหลบอยู่ในห้องนอน จากนั้นมีเสียงปืนและระเบิดดังสนั่นก่อนที่สายจะหลุดไป อีกวันเพื่อนคนงานแจ้งว่ามีผู้รอดชีวิต 11 คน เสียชีวิตในคอกวัว 3 คนซึ่งระบุชื่อได้และถูกไฟคลอกเหลือแต่กระดูก 5 คน อีกส่วนหนึ่งประมาณ 4 คน ถูกจับไป จึงได้ภาวนาว่าขอให้สามีเป็นกลุ่มคนที่ยังไม่เสียชีวิตแต่ความหวังเหลือน้อยลงเพราะช่วงที่มีการยิงถล่มเป็นเวลาท้องถิ่นอิสราเอลประมาณ 10.00 น.ซึ่งเป็นช่วงที่สายโทรศัพท์ของสามีหลุดไปพอดี ซึ่งตนกับสามีมีบุตรด้วยกัน 2 คน ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันเพราะวางแผนว่าหากกลับจากทำงานแล้วจึงจะไปดำเนินการ

ด้านนายสมควร อินไชย กำนันตำบลดงมหาวัน กล่าวว่าในภาพรวมมีชาว ต.ดงมหาวัน เดินทางไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลประมาณ 25 คน และทราบว่ามีผู้เสียชีวิตจำนวน 2 คน ส่วนคนอื่นๆ ยังติดต่อกับครอบครัวได้ จึงให้ทุกหมู่บ้านได้สอบถามลูกบ้านเพื่อให้แจ้งไปยังทางตำบลและอำเภอแล้ว สำหรับตนเองเคยไปทำงานที่อิสราเอลเมื่อปี 15 ปีก่อน นาน 4 ปี รู้สึกเป็นห่วงคนที่เหลือโดยเฉพาะเรื่องอาหารเพราะร้านอาหารจะเปิดเวลา 09.00-20.00 น.ซึ่งผู้ผลกระทบมีทั้งคนอิสราเอลและคนไทยซึ่งจะไปซื้ออาหารกักตุนไว้จากร้านเเดียวกันและอาจมีกระแสไฟฟ้าดับ สำหรับสาเหตุที่คนนิยมไปทำงานอิสราเอลเพราะได้ค่าตอบแทนสูงเดือนละ 40,00-50,000 บาท และตนไปช่วงเงินบาทลอยตัวได้ 70,000-100,000 บาท ทำงานเป็นระบบวันละ 8 ชั่วโมง มีค่าล่วงเวลา นายจ้างจะดูแลคนไทยดีทั้งอาหารและที่อยู่ดีมาก

นางสุภาเพ็ญ ศิริมาตย์ นายกเหล่ากาชาด จ.เชียงราย กล่าวว่า จ.เชียงราย มีผู้เดินทางไปทำงานที่อิสราเอล 2,174 คน กระจายอยู่เกือบทุกอำเภอ ขณะนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการว่ามีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บแต่มีการแจ้งกันในสายงานโดยเพื่อนร่วมงานที่เหตุการณ์กับด้วยตาตัวเอง ดังนั้นหน่วยงานต่างๆ เช่น ประกันสังคม พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้เข้าอธิบายสิทธิประโยชน์หากเสียชีวิตจริง เช่น สัญญาทำงานที่อิสราเอลเป็นกองทุนหากเสียชีวิต 60% ของค่าจ้างซึ่งรายในรายของนายดัวมีบุตร 3 คน ภรรยาจะได้รับเดือนละ 30,000 บาทจนกว่าภรรยาจะเสียชีวิตหรือแต่งงานใหม่ ส่วนลูกได้คนละ 10,000 บาทต่อเดือน จนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ เฉลี่ยจะได้รับเดือนละ 60,000 บาท และจะช่วยเรื่องอาชีพและรายได้เพราะหากเป็นจริงภรรยาก็จะกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ส่วนรายอื่นๆ ได้แนะนำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดนักจิตวิทยาและสังคมสงเคราะห์ไปหาแต่ละครอบครัวเพื่อลดความเครียดและให้ขวัญกำลังใจ รวมทั้งให้ระวังมิจฉาชีพที่อาจทำทีไปติดต่อว่าจะนำศพกลับไทยได้โดยขอรับเงินจ่ายล่วงหน้าด้วย

แสดงความคิดเห็น

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.