ซี.ซี.เอฟ.จังหวัดเชียงราย จัดอบรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เสริมศักยภาพชุมชน ลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ให้กับชาวบ้านพื้นที่เสียงภัยพิบัติ

14

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน ทำให้เกิดภาวะโลกรวน เกิดการเปลี่ยนแปลงของอุณภูมิ และฤดูกาลที่ไม่เป็นปกติ ประเทศไทยมีแนวโน้มอุณหภูมิเฉลี่ยสูงขึ้น สภาพอากาศที่ร้อนขึ้นส่งผลต่อระบบนิเวศ การดำรงชีพของพืช และสัตว์ ความรุนแรงของไฟป่าและภาวะหมอกควัน  พฤติกรรมของฝนเปลี่ยนไม่สามารถคาดเดาได้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลให้เกิดทั้งปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วม ดินโคลนถล่ม พายุพดรุนแรง และภัยแล้ง มากขึ้น

 

ชุมชนในพื้นที่การดำเนินงานของ โครงการพัฒนาเด็ก ซี.ซี.เอฟ.จังหวัดเชียงราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชุมชนบนพื้นที่สูง และอยู่ในพื้นที่มีการเกิดภัยพิบัติซ้ำๆ ในทุกๆปี  ต่างได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติที่เกิดขึ้นและต้องอยู่ด้วยความกังวลภัยธรรมชาติ เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด ดังนั้นการเตรียมความพร้อมรับมือ และการให้ความรู้กับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ได้เข้าใจและรับรู้ถึงวิธีการรับมือเมื่อ เกิดภัยธรรมชาติ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ

 

 

โครงการพัฒนาเด็ก ซี.ซี.เอฟ จังหวัดเชียงราย  จึงได้จัดโครงการ ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เสริมศักยภาพชุมชน ลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย พื้นที่และกลุ่มเป้าหมาย เป็นชุมชนที่อยู่บนพื้นที่สูง ที่เป็นพื้นที่ต้นน้ำในจังหวัดเชียงราย โดยมีเจ้าหน้าที่จากสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต มาให้ความรู้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้ความรู้กับชุมชนในพื้นที่ บ้านอาดี่ ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย บ้านปางสา ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย และบ้านกลาง ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย

การฝึกซ้อมแผนการรับมือและเผชิญเหตุการณ์ภัยพับติที่จะเกิดขึ้นถือเป็นสิ่งที่สำคัญในการอบรม เพราะจะทำให้ผู้ที่อยู่ในชุมชนรู้ว่าจะต้องทำอย่างไรเมื่อเกิดภัยธรรมชาติขึ้น เช่น การรู้ว่าจุดรวมพลอยู่ที่ไหน จะต้องเตรียมตัวรับมืออย่างไรเมื่อเข้าสู่ฤดูกาลที่เสี่ยงภัย

นายไกรทอง เหง้าน้อย เจ้าหน้าที่สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต กล่าวว่า การให้ความรู้ความเข้าใจกับชาวบ้านในพื้นที่ นั้นมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้เข้าอบรมที่เป็นตัวแทนชุมชน ครอบครัวเด็กCCF  มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  และเสริมศักยภาพให้ชุมชน สามารถประเมินความเสี่ยง  จัดทำแผนรับมือและลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติในชุมชนตัวเองได้

 

 

“การให้ความรู้กับชุมชนครั้งนี้ มีภารกิจและเป้าหมายที่สำคัญ ในสนับสนุนให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง  และมีขีดความสามารถในการจัดการความเสี่ยงด้านภัยพิบัติ  และการเตรียมความพร้อมในการป้องกันภัยพิบัติของชุมชน  เพราะเล็งเห็นว่า การใช้ฐานแนวคิดในเรื่อง การเสริมสร้างศักยภาพชุมชนให้เป็นฐานในการจัดการปัญหาภัยพิบัติ ด้วยมาตรการทางธรรมชาติ อยู่บนพื้นที่ฐานการจัดการระบบนิเวศ  โดยใช้เครื่องมือและแนวคิด การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชนเป็นฐาน  เป็นคำตอบของการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ และ จะช่วยให้ชุมชนสามารถลดผลกระทบและป้องกันความเสียหายจากการเกิดภัยพิบัติที่มีโอกาสเกิดขึ้นในพื้นที่ได้ในอนาคต   หรือเมื่อเกิดกรณีภัยพิบัติก็สามารถเผชิญเหตุและลดความสูญเสียลงได้   การสร้างการรับรู้เพื่อให้เกิดความเข้าใจ และร่วมกันตระหนักถึงภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น”  นายไกรทอง กล่าว

 

แสดงความคิดเห็น

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.