เผยน้องกับตันหลงป่า ไม่ได้โดนลักพาตัว

1,866

จากกรณี ด.ช.ชินกฤต รวมจตร หรือน้องกัปตัน วัย 5 ขวบ หายจากไปบ้านที่อาศัยที่หมู่ห้วยเม็ง หมู่ 6 ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ชายแดนไทย-สปป.ลาว ติดแม่น้ำโขง ตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้เจ้าหน้าที่รวมทั้งชาวบ้านต่างระดมกำลังกันออกติดตามหาตลอดทั้งวันและคืนที่ผ่านมาจนพบตัวในลักษณะไม่สวมเสื้อผ้ามีรอยขีดข่วนตามตัวอยู่ในป่าห้วยเม็งซึ่งอยู่ในป่าลึกห่างจากหมู่บ้านหลายกิโลเมตรนั้น ล่าสุดทางญาติได้นำตัวส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของ อ.เชียงของ และรักษาบาดแผลจนอาการปลอดภัยแล้ว โดย พ.ต.อ.ถนัด พลพานิช ผกก.เชียงของ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ได้คลี่คลายปมการหายตัวไปของเด็กชายดังกล่าวเพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าหายตัวไปได้อย่างไร

โดย พ.ต.อ.ถนัด เปิดเผยว่า กรณีที่มีการพบรถตู้แล้วสงสัยกันว่าอาจเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของเด็กชายนั้น ได้สอบถามเบื้องต้นไปยังบิดาของ ด.ช.ชินกฤต พร้อมนำภาพที่ทาง สภ.เมือง ส่งไปให้ดูแล้วเขาไม่มั่นใจว่าเด็กที่ปรากฎในภาพเป็นลูกของตนหรือไม่แต่เบื้องต้นระบุว่าไม่น่าจะใช่ แต่ก็จะได้ให้เจ้าหน้าที่สอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้งว่าใช่หรือไม่อย่างไร จากนั้นเมื่อได้นำมาประมวลกับเหตุการณ์ของเด็กและสถานที่พบตัวเด็กแล้วก็สรุปได้เบื้องต้นค่อนข้างแน่นอนกว่าเกิดจากการหลงป่าค่อนข้างแน่นอนส่วนกรณีเป็นรถตู้ลักพาตัวนั้นไม่น่าจะเป็นไปได้

พ.ต.อ.ถนัด กล่าวว่าช่วงที่เด็กหายตัวไปเมื่อวันที่ 4 พ.ค.นั้นตนได้ร่วมกับ พ.ต.ท.สง่า ศรีวิชัย รอง ผกก.ป.และชุดสืบสวนลงพื้นที่ออกไปค้นหาเด็กมาตั้งแต่ต้น และได้มีโอกาสพูดคุยสอบถามกับลุงของเด็กแล้ว ให้น้ำหนักไปทางการหลงป่า ทำให้ตนและนายสมชายได้ร่วมกันเดินป่าสำรวจจุดที่พบเด็กซึ่งได้สำรวจชัดเจนแล้วว่าเป็นป่าห้วยเม็งซึ่งเป็นป่าลึกที่มีภูเขาสูงชันใช้เวลาเดินไปเป็นชั่วโมงโดยอยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 4-5 กิโลเมตร และได้ระดมชาวบ้านและเจ้าหน้าที่รวมกันกว่า 400-500 คนในการค้นหา สำหรับจุดที่พบเด็กนั้นเป็นลำห้วยที่ลึกลงไปจากพื้นปกติหลายเมตร ซึ่งหากว่าไม่มีการเดินค้นหาในป่ากันอย่างจริงจังแล้วจะไม่มีทางเจอตัวอย่างแน่นอน ทั้งนี้เมื่อสอบถามญาติแล้วทราบว่าเป็นเด็กที่มีความมุ่งมั่นและหากจะทำสิ่งใดแล้วเขาจะต้องทำให้ได้จึงเป็นไปได้ว่าจะเดินไปถึงจุดดังกล่าว

แสดงความคิดเห็น

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.